SAMART ตั้งเป้ารายได้โต 30% หวังกวาดรายได้ 13,000 ล้านบาท ภายในปี 2567

SAMART

กลุ่มสามารถ (SAMART) ตั้งเป้ารายได้โต 30% หวังกวาดรายได้ 13,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 แย้มเตรียมต่อยอดธุรกิจพร้อมหาแหล่งเงินทุนใหม่เพื่อทดแทนงานภาครํฐที่งบประมาณยังชะลอตัว…

SAMART ตั้งเป้ารายได้โต 30% หวังกวาดรายได้ 13,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 พร้อมหาแหล่งเงินทุนใหม่ ต่อยอดธุรกิจ

SAMART
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปี2024 เป็นปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวจากภาวะสงคราม และเงินเฟ้อ อีกทั้งงบประมาณภาครัฐที่ยังคงตึงตัว และการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ของกลุ่มสามารถในปีนี้ จึงเน้นการสร้างความมั่นคง และความยั่งยืนผ่าน 3 แนวทาง ได้่ นำเสนอ Outsourcing Business Model และการแสวงหาแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ เพื่อลดภาระการใช้งบประมาณภาครัฐและเพิ่มโอกาสในการได้งาน แสวงหาความร่วมมือในรูปแบบใหม่ พร้อมหา Strategic Business Partner เพื่อเพิ่มโอกาส และศักยภาพในการแข่งขัน

และการเร่งขยายบริการด้านเทคโนโลยีที่บริษัทมีประสบการณ์ และความชำนาญไปสู่ฐานลูกค้าใหม่ ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ด้วยความเชื่อมั่นในโอกาส และศักยภาพของบริษัท กลุ่มสามารถจึงตั้งเป้ารายได้รวมจำนวน 13,000 ล้านบาท โดยประมาณ เติบโตกว่า 30%

SAMART
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น

“ปี 2567 นี้จะยังเป็นปีที่ภาคธุรกิจของประเทศยังมีแนวโน้มที่เติบโตแบบชะลอตัว โดยเป็นผลพ่วงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากภาวะสงคราม และเศรษฐกิจขยายตัวช้า ซึ่งส่งผลให้กลุ่มธุรกิจเกิดใหม่จากกลุ่ม SMBs, SMEs และ Start Up เติบโตได้ยากกว่าเดิม ขณะที่งบประมาณในภาครัฐเองก็ยังเป็นไปแบบจำกัด ซึ่งแม้ว่ากลุ่มสามารถ

จะยังมีรายได้ผูกพันธ์ต่อเนื่องจากปีงบประมาณเก่าที่ทำเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ จำเป็นต้องแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ เพื่อมาทดแทนรายได้จากโครงการที่ทำร่วมกับภาครัฐ ที่เคยเป็นรายได้สำคัญของกลุ่ม โดยกลุ่มสามารถเล็งที่จะขยายการลงทุนเพิ่ม ผ่านความร่วมมือกับพาทเนอร์ พร้อกับผลักดันธุรกิจในเครือที่มีโอกาสเติบโต อาทิ

กลุ่มธุรกิจ Digital ICT Solution, ธุรกิจ Utilities & Transportation และ ธุรกิจ Digital Communications เพื่อส้างรายได้รวมทั้ง 3 กลุ่ม ให้แตะ 13,000 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย ซึ่งเมื่อรวมกับมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ก่อนประมาณ 15,000 ล้านบาท ก็น่าจะสามารถสร้างรายได้รวมกันได้กว่า 56,000 ล้านบาท ได้”

สายธุรกิจ Digital ICT Solution

ปีที่ผ่านมากลุ่มสามารถเทลคอม (SAMTEL) ได้มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ส่งผลให้มีมูลค่างานในมือปัจจุบัน รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยในปี 2024 บริษัทมีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 6,000 ล้านบาท เติบโต 30%

โดยปีนี้กลุ่ม SAMTEL มีเป้าหมายที่จะเดินหน้าเต็มกำลัง ด้วยการมุ่งเน้นการนำโซลูชั่น และเทคโนโลยีทันสมัยมาช่วยขับเคลื่อน และยกระดับการดำเนินการในหน่วยงานลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน ตอบรับกระแส Digital Transformation ที่องค์กรทุกภาคส่วนกำลังให้ความสำคัญ

สำหรับโซลูชั่นที่กลุ่ม SAMTEL เป็นผู้เชี่ยวชาญ และดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีการต่อยอดนำเสนอโซลูชั่นเพิ่มเติม พร้อมกับพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลโซลูชั่นด้านการเงิน การธนาคาร (Digital Banking Solutions)

โซลูชั่นบริหารจัดการองค์กร (Organizational Management Solutions) เช่น ERP (Enterprise Resource Planning), EAM (Enterprise Asset Management), HCM (Human Capital management) หรือ CRM (Customer Relation Management) เป็นต้น

ตลอดจนการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เช่น Smart CCTV ด้วย และที่สำคัญกลุ่ม SAMTEL ยังพร้อมนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์เพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อย่าง Solar Energy,

โซลูชั่นเฝ้าระวังมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม หรือ ระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อความยั่งยืนของสังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศชาติอีกด้วย

SAMART

สายธุรกิจ Utilities & Transportations

ในปี 2024 สายธุรกิจนี้ตั้งเป้ารายได้ที่ 5,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจาก บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น ผู้ให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชาภายใต้ CATS คาดว่ารายได้จะเติบโตกว่า 30%

จากปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค ประกอบกับรัฐบาลกัมพูชามีนโยบายสนับสนุน ภาคธุรกิจ และการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ล่าสุดได้มีการเปิดให้บริการสนามบินนานาชาติเสียมราฐอังกอร์แห่งใหม่

ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุดถึง 7 ล้านคน และภายในปีนี้จะมีการเปิดสนามบินนานาชาติดาราสาครอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสนามบิน และวิทยุการบินในระดับภูมิภาคด้วย ธุรกิจด้าน Power Construction & Services ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานี

และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง โดย บริษัท เทด้า และทรานเส็ค มีงานในมือปัจจุบันรวม 4,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะเข้าประมูลในปีนี้อีกกว่า 3,500 ล้านบาท, โครงการ Direct Coding ตั้งเป้ารายได้ 981 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากการเปิดโรงงานเบียร์แห่งใหม่ และการขยายกำลังการผลิตของโรงงานเดิม

เพื่อรองรับปริมาณการบริโภคที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากนโยบาย Free VISA และการขยายเวลาเปิดปิดสถานบันเทิง ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังมีแผนที่จะขยายฐานธุรกิจบริการระบบพิมพ์รหัสควบคุมบนบรรจุภัณฑ์ (Direct Coding) ไปสู่การจัดเก็บภาษีสินค้าอื่น ๆ อาทิ ยา และ น้ำมันที่ใช้ภายในประเทศอีกด้วย

SAMART

สายธุรกิจ Digital Communications

ธุรกิจ Digital Trunk Radio มีการเติบโตอย่างชัดเจนในปีที่ผ่านมา โดยมีการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายเครื่องวิทยุลูกข่ายและค่าใช้บริการ Air Time เพิ่มขึ้น 300% โดยในปี 2024 บริษัทมีแผนการขยายฐานผู้ใช้บริการให้กว้างขวางและครอบคลุมหน่วยงานผู้ให้บริการประชาชน ทั้งภาครัฐ และเอกชน

โดย กลุ่มสามารถ ตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 120,000 ราย ด้านธุรกิจสายมูซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง บริษัท Lucky Heng Heng ในฐานะบริษัท น้องใหม่ของกลุ่มสามารถ ตั้งเป้าเป็นผู้นำในธุรกิจ Mutech ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยบริการครบวงจร 4 รูปแบบ คือ ดูดวง online ภายใต้ Horoworld ผ่าน Application

และ Website ที่เป็นศูนย์รวมนักพยากรณ์ในศาสตร์ต่างๆมากที่สุดกว่า 200 ท่าน พร้อมให้บริการ 24 ชม., ทำบุญ online ภายใต้ Thai Merit ปัจจุบันเป็น Platform การทำบุญสำหรับวัดต่าง ๆ เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย และอีกกว่า 100 วัดชื่อดังในประเทศไทย ที่สายบุญสามารถทำบุญออนไลน์ได้อย่างสะดวก และมั่นใจ,

บริการ Mu Commerce จำหน่ายสินค้าของวัตถุมงคลต่าง ๆ และ Muketing หรือ Marketing Agency สายมูให้กับลูกค้าองค์กรต่างๆในกลุ่มธนาคาร , ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ และธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายบริการสู่กลุ่มอื่นๆ นอกจากนั้นจะได้มีการเปิดตัวธุรกิจใหม่ของบริษัทในเครืออย่าง เช่น Samart Digital Media และ ISPORT ในปีนี้อีกด้วย

SAMART

“จากปัจจัยบวกหลายด้าน ประกอบด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของธุรกิจ และภาระต้นทุนทางการเงินที่ปรับลดลง, ความสามารถของทีมงาน และโซลูชั่นที่ผ่านการรับรอง, โอกาส และช่องทางในการขยายฐานธุรกิจใหม่ ๆ ที่เล็งเห็นอย่างชัดเจน ผมจึงเชื่อมั่นว่า ปี 2024 กลุ่มสามารถ จะกลับมาเติบโตด้วยรายได้ที่มั่นคง และสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างคุ้มค่า” วัฒน์ชัย กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay