ม.สุโขทัยธรรมาธิราช (Sukhothai Thammathirat Open University) หรือ มสธ. ก้าวสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำด้วยเทคโนโลยีคลาวด์จาก แอมะซอน เว็บ เซอร์วิซ หรือ เอดับบลิวเอส (AWS)…
highlight
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่มีนักศึกษากว่า 200,000 คนใน 64 ประเทศ มุ่งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำ โดยได้เลือกใช้ และวางใจในบริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) สำหรับการดำเนินงานที่สำคัญ
มสธ. ก้าวสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำด้วยเทคโนโลยีคลาวด์จาก AWS

ดร.ศรัณย์ นาคถนอม ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) กล่าวถึงความพึงพอใจกับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ เอดับบลิวเอส ได้แก่ ความสามารถในการปรับขนาดระบบที่รองรับนักศึกษาหลายแสนคนใน 64 ประเทศ ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงที่ปกป้องข้อมูล และการสอบ
และการได้รับความรู้ และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) จากผู้เชี่ยวชาญของ เอดับบลิวเอส ในตอนแรกทีมของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ยังไม่มีความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์มากนัก แต่คำแนะนำจาก เอดับบลิวเอส ช่วยให้ทีมงานสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ซับซ้อน เช่น การรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมากโดยไม่ทำให้ระบบล่ม
นอกจากนี้ รูปแบบการคิดค่าบริการแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) ยังช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การให้บริการการศึกษาทางไกลของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช มีความเสถียร ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การย้ายไปใช้ เอดับบลิวเอส ช่วยปรับปรุงการดำเนินงานของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช อย่างมีนัยสำคัญ ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า หลังการสอบ คะแนนจะถูกประมวลผลโดยสำนักคอมพิวเตอร์ และส่งไปยังสำนักทะเบียน และวัดผลเพื่อออกเกรด ช่วยลดระยะเวลาในการประกาศผลสอบลดลงจาก 45 วันเหลือ 30 วัน
นอกจากนี้ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ยังมีแผนที่จะนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมระหว่างการสอบ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบอัตโนมัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดภาระของคณะกรรมการคุมสอบ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล แม้ว่า ม.สุโขทัยธรรมาธิราช จะยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนอยู่ในองค์กร แต่บริการออนไลน์ที่สำคัญอยู่บน เอดับบลิวเอส ทั้งหมด

ด้าน จูเลียน เหลา Head of ASEAN Growth Worldwide Public Sector ของ เอดับบลิวเอส กล่าวว่า เอดับบลิวเอส ได้สนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยภาครัฐของไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจผ่านระบบคลาวด์ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราได้ช่วยองค์กรไทยในการสร้างนวัตกรรม ประสบความสำเร็จ และเติบโตในระดับโลก
ความร่วมมือระหว่าง ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และ เอดับบลิวเอส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอย่าง บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และโลจิสติกส์ของรูปแบบมหาวิทยาลัยเปิด และมอบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และการสอบดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปรับขนาดได้ และปลอดภัย

“จุดเปลี่ยนของการนำเอาระบบมาใช้เริ่มกับการสอบของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช เริ่มขึ้นจากช่วงของโควิด-19 ซึ่งส่งผลอย่างมากกับกสนสอบภาคสนามของทาง กับการสอบของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ที่นักศึกษาไม่สามารถเดินทางไปสอบไดตามปกติ ทำให้นักศึกษาของ กับการสอบของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กว่าแสนราย
เสี่ยงที่ต้องหยุดการเรียนลง เนื่องจากไม่สามารถลงทะเบียนในเทอมถัดไปได้ จากกการที่ยังไม่สามารถสอบวัดผลตามปกติ กับการสอบของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช จึงมองหาโวลูชั่นในการดำเนินการเรียนการสอบ และเริ่มปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบของการสอบออนไลน์
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงผ่านความร่วมมือกับทั้ง เอดับบลิวเอส และ ยิบอินซอย เนื่องจากทั้ง 2 พาทเนอร์ ทำให้การสอบของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช มีความยืดหยุ่นในการจัดการสอบได้ ผ่านการะการสนับสนุนอย่างใกล้ชิด บนโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้
ทำให้ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช สามาถสร้างแฟลตฟอร์มการสอบออนไลน์ที่ามาถรองรับการเข้าสอบของนักศึกษาได้กว่า 70,000 คน พร้อมกัน และในอีกแง่มุมยังเป็นการเพิ่มความเท่าเทียมในการศึกษาของนักศึกษาของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ได้อีกด้วยเนื่องจาก ช่วยแก้ปัญหาในแง่ของภาระค่าใช้จ่าย และการเดินทาง ลงได้
ซึ่งด้วยการที่ตัวแฟลตฟอร์มทำงานอยู่บนคลาวด์ทำให้นักศึกษาของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช สามารถเข้าสอบได้จากทุกทีทั่วโกกได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ อีกทั้งด้วยความที่ ตัวระบบมีการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ด้วยการใช้ Web Application Firewall (WAF)
ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดการใช้เทคโนโลยีที่ไม่พึงประงค์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเข้าสอบได้อีกด้วย” ดร.ศรัณย์ กล่าวเสริม
ยิบอินซอย พร้อมสนับสนุนภาคการศึกษา เพราะคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

สัมฤทธิ์ ตรงตรานนท์ ผู้อำนวยการสายงาน บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวว่า ยิบอินซอยในฐานะพันธมิตรของ เอดับบลิวเอส มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุน ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ในการให้บริการการสอบออนไลน์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลทางการศึกษาของไทย
ยิบอินซอยมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ workload และป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับการสอบออนไลน์ และให้การสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากการสอบมักจะจัดขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดยาว
เทคโนโลยีคลาวด์มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมภาคการศึกษาของประเทศไทยให้ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดย เอดับบลิวเอส ได้ลงทุนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นระยะเวลา 15 ปี พร้อมการเปิดตัว AWS Asia Pacific (Thailand) Region ในไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ GDP ของไทยปีละประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านการสร้างงานมากกว่า 11,000 ตำแหน่งต่อปี
การมี AWS Region ตั้งอยู่ในไทยส่งผลดี คือลดความหน่วงเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น นั่นหมายถึงข้อมูลเดินทางในระยะทางที่สั้นลง ส่งผลให้แอปพลิเคชัน และบริการต่าง ๆ ตอบสนองได้เร็วขึ้น ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับระบบการสอบที่ต้องใช้เวลาตอบสนองอย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือระหว่าง ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และ เอดับบลิวเอส ที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอย่าง ยิบอินซอย เป็นตัวอย่างของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และยกระดับโอกาสทางการศึกษา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของการเรียนรู้และการประเมินผลออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างระบบการศึกษาดิจิทัลที่เปิดกว้าง และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























