ซินเน็ค (SYNNEX) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2027 ยกระดับจาก Distributor สู่การเป็น Value Creator พร้อมน AI มาขับเคลื่อนเป็นโซลูชันไอทีแบบครบวงจร…
highlight
- ซินเน็ค ประกาศทิศทางการเติบโตปี 2027 ภายในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026 : Empowering the Future” ขับเคลื่อนเทคโนโลยีอัจฉริยะให้
เป็นโอกาส และสร้างผลลัพธ์ทางธุ รกิจ ทั้งด้านรายได้ ประสิทธิภาพ ประสบการณ์ลูกค้า การตัดสินใจ และนวัตกรรม พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งด้ านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ โลจิสติกส์ และเครือข่าย สู่ Solution, Service, Platform และ Ecosystem เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในตลาด Commercial และ Enterprise และขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกั บพันธมิตร
SYNNEX เปิดบทใหม่! ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2027 จาก Distributor สู่ Value Creator ที่เติบโตยั่งยืนร่วมพันธมิตร

สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดทิศทางบทต่อไปขององค์กรภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of SYNNEX – From Distribution to Value Creation” เดินหน้าต่อยอดจากธุรกิจจัดจำหน่าย สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่เทคโนโลยี
โดยมี AI และ Cloud เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญ พร้อมเชื่อม Vendor–SYNNEX–Partner สู่โซลูชัน และโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้ วันนี้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน ไปสู่ยุคที่เทคโนโลยีต้องสามารถ สร้างมูลค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของลูกค้า
“AI กำลังเปลี่ยนทั้งวิธีการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของลูกค้า แต่คุณค่าของ AI จะเกิดขึ้นเมื่อสามารถนำไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ บทบาทของ ซินเน็ค คือการเชื่อมเทคโนโลยีจากแบรนด์ระดับโลกกับความเชี่ยวชาญของพาร์ทเนอร์ เพื่อเปลี่ยนโอกาสจาก AI ให้เป็นโซลูชันที่นำไปใช้ได้จริงในตลาดไทย”

ชู 70 แบรนด์ 6,000 ช่องทาง เชื่อมเทคโนโลยีสู่ตลาด Commercial–Enterprise
ซินเน็ค เตรียมใช้จุดแข็งจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ และช่องทางจัดจำหน่ายกว่า 6,000 ช่องทาง รวมถึงศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการเข้าถึงตลาด มาเชื่อมต่อกับความเชี่ยวชาญของพาร์ทเนอร์ เพื่อร่วมพัฒนา Solution ที่ตอบโจทย์ตลาดทั้ง Commercial และ Enterprise
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของ ซินเน็ค จาก Distributor ไปสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่าใน Technology Ecosystem โดยครอบคลุมตั้งแต่ การสร้าง Demand การออกแบบ Solution การพัฒนา Service ไปจนถึงการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
“The Next Chapter of SYNNEX คือการเดินหน้าจาก Distribution สู่ Value Creation เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ช่วยให้พาร์ทเนอร์เติบโต ตั้งแต่การสร้าง Demand การออกแบบ Solution ไปจนถึงการสร้างบริการ และรายได้ต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Cloud เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตต่อไปของ ซินเน็ค” สุธิดา กล่าว

SYNNEX PARTNER CONNECT 2026 ดัน Ecosystem Growth
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือ Ecosystem Growth ด้วยการเชื่อมจุดแข็งของ Vendor, ซินเน็ค และ Partner เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็น Solution, Service และ Business Opportunity
แนวทางดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026 : Empowering the Future” ที่รวบรวมสินค้า นวัตกรรม และโซลูชันจากพันธมิตรกว่า 30 แบรนด์ ครอบคลุมตลาด Consumer, Commercial และ Enterprise
พร้อมต่อยอด Customer Value ผ่านบริการ และแพลตฟอร์มใหม่ ได้แก่
- SWOPMART Trade-In เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการนำอุปกรณ์เดิมมาแลก และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้พาร์ทเนอร์
- Prompt Money แพลตฟอร์มสนับสนุนด้านการเงิน ช่วยเพิ่มศักยภาพการขายร่วมกับพาร์ทเนอร์ และเปิดทางให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีได้สะดวกขึ้น
- การขยายความร่วมมือกับ Insurance Broker Partner เพื่อพัฒนา Warranty Service สำหรับกลุ่ม Consumer Device เพิ่มทางเลือกด้านการรับประกัน และบริการหลังการขาย
ทั้งหมดเป็นการขยายบทบาท ซินเน็ค ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่สินค้าและโซลูชัน ไปจนถึงบริการหลังการขาย และ Customer Lifecycle

ยอดขาย 23,122 ล้านบาท โตเกือบทุกกลุ่ม
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซินเน็ค มียอดขายอยู่ที่ 23,122 ล้านบาท โดยยอดขายเติบโตเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะ กลุ่ม Enterprise โต 14%, กลุ่ม Gaming โต 38%, กลุ่ม Commercial โต 49% และกลุ่ม Wearable โต 117%
อย่างไรก็ตาม มีหนึ่งหมวดที่ยอดขายลดลง คือ สินค้า Apple ลดลงประมาณ 8% โดยคาดว่า เกิดจากสาเหตุหลักไม่ได้มาจากความต้องการซื้อที่ลดลง แต่เป็นเรื่องของ อุปทานสินค้าไม่เพียงพอ ขณะที่ความต้องการของตลาดยังคงมีอยู่

Apple ราคาเพิ่มไม่ใช่โจทย์ใหญ่ แต่ “ของไม่พอ” น่ากังวลกว่า
ทิศทางสินค้า Apple รุ่นใหม่ แม้สินค้ารุ่นล่าสุดจะมีราคาเปิดตัวที่สูงมาก แต่ยังเชื่อว่าจะสามารถทำตลาดได้ดี โดยมองว่า Apple มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดสินค้าระดับราคาสูงอยู่แล้ว และตามปกติในช่วงเปิดตัวสินค้าใหม่ รุ่นท็อปสุดมักเป็นรุ่นที่หมดเร็วที่สุด
พร้อมมองว่าตลาด Apple มีลักษณะเฉพาะตัว เพราะเมื่อมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ สินค้าที่ขายดีมักเป็น 2 รุ่น คือรุ่นที่แพงที่สุด และรุ่นที่เป็นตัวตกรุ่น ดังนั้น ซินเน็ค จึงไม่ได้กังวลกับการปรับขึ้นของราคาเท่ากับประเด็น สินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

เดินหน้าจากสินค้า สู่ Solution–Service–After Sales
จากทิศทางดังกล่าว ซินเน็ค จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่ Business Development, Solution, Service, After Sales ไปจนถึงการขยายตลาด และสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอด Customer Lifecycle
เป้าหมายคือใช้ความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย ความเชี่ยวชาญ และบริการของ ซินเน็ค ช่วยให้พาร์ทเนอร์สามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเชิงธุรกิจ เข้าถึงโอกาสใหม่ และแข่งขันได้จริงในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยมี AI และ Cloud เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมเปลี่ยนบทบาท ซินเน็ค จาก “ผู้จัดจำหน่ายเทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้สร้าง Value” ใน Technology Ecosystem เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่าง Vendor-Partner-SYNNEX และขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























