Dreame (ดรีมมี) ผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก โชว์ศักยภาพความล้ำหน้าของ Smart Ecosystem ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ในงาน AWE 2026 (Appliance & Electronics World Expo) ณ ประเทศจีน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการปฏิวัติประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในบ้านด้วยระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อในยุคดิจิทัล 2026…
ล้ำไปอีกขั้น! Dreame ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อน Smart Ecosystem ในงาน AWE 2026
ดรีมมี เทคโนโลยี (Dreame Technology) ประกาศเข้าร่วมงาน Appliance & Electronics World Expo (AWE) 2026 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมนำเสนอพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ครบทุกหมวดหมู่ รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยมากกว่า 100 รายการ ภายใต้แนวคิด “All In Dreame”
ภายในงาน ดรีมมี ได้ยกพื้นที่ ฮอลล์ E7 ทั้งฮอลล์ เพื่อจัดแสดงเทคโนโลยีผ่าน 8 โซนหลัก ครอบคลุมหลายหมวดหมู่เทคโนโลยี ตั้งแต่ สมาร์ทโฮม อุปกรณ์ดูแลบ้าน การดูแลส่วนบุคคล ไปจนถึงเทคโนโลยีกลางแจ้ง และการเดินทาง เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ของระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมต่อการใช้ชีวิตแบบครบวงจร

มร.แจ็คกี้ จง หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดรีมมี เทคโนโลยี กล่าวว่า ในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก ดรีมมี ยังคงพัฒนานวัตกรรมบนแพลตฟอร์มหลักของบริษัท เช่น มอเตอร์ดิจิทัลความเร็วสูง อัลกอริทึมอัจฉริยะ และ Dual Flex Arm Technology เพื่อผลักดันการใช้งานเทคโนโลยีในระดับอุตสาหกรรม การจัดแสดงครั้งนี้สะท้อนการขยายจากผู้นำด้านสมาร์ทคลีนนิ่ง สู่ระบบนิเวศสมาร์ทไลฟ์สไตล์อย่างเต็มรูปแบบ
เปิดตัว X60 Ultra นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นล่าสุด
หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ X60 Ultra หุ่นยนต์ทำความสะอาดแฟลกชิปรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์บางเพียง 7.95 เซนติเมตร สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่ำใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย
ภายในงาน AWE 2026 ดรีมมี ได้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดด้านเทคโนโลยี Smart Cleaning พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมสำคัญในกลุ่มหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ไม่ว่าจะเป็น Flex Arm Technology ระยะ 16 เซนติเมตร มาพร้อมระบบถูพื้นด้วยไอน้ำ
และ Matrix Automatic Multi-Mop Switching Technology รวมถึงการเปิดตัว X60 Ultra ซีรีส์แฟลกชิปรุ่นใหม่ประจำไตรมาสแรกปี 2026 ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานของโซลูชันการทำความสะอาดระดับพรีเมียมรุ่นถัดไป

X60 Ultra มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางที่สุดของ ดรีมมี เพียง 7.95 เซนติเมตร ช่วยให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่ำ เช่น ใต้เฟอร์นิเจอร์ หรือบริเวณที่เข้าถึงได้ยากได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Proactive Light Dirt Detection รุ่นแรกของโลก
ที่สามารถตรวจจับคราบสกปรกที่มองเห็นได้ยาก เช่น ขนสัตว์ ฝุ่นละเอียด หรือของเหลวสีอ่อน และปรับกลยุทธ์การทำความสะอาดโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สะอาดยิ่งขึ้น ตัวเครื่องยังสามารถข้ามสิ่งกีดขวางแบบสองชั้นได้สูงสุด 8.8 เซนติเมตร พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ OmniSight™ ที่เสริมด้วย AI ช่วยหลบสิ่งกีดขวาง
แบบไดนามิกระดับมิลลิวินาที ในขณะที่ยังคงทำความสะอาดได้ครอบคลุมทั้งบ้าน ด้านประสิทธิภาพการทำงาน X60 Ultra ให้แรงดูดสูงสุด 36,000 Pa พร้อมระบบแปรง DuoBrush System 2.0 ที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อยกฝุ่นและสิ่งสกปรกที่ฝังลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฐานสถานีอัจฉริยะยังช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานแบบ Fully Hands-Free ด้วยระบบอัตโนมัติครบวงจร ทั้งการล้างผ้าม็อปด้วยน้ำร้อน 100°C, การเป่าแห้งด้วยลมร้อน, การดูดฝุ่นเก็บอัตโนมัติ และการเติมน้ำยาทำความสะอาดอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ดรีมมี ยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมในกลุ่ม Wet & Dry Vacuum อย่างต่อเนื่อง โดย AI DescendReach™ Robotic Arm ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการทำความสะอาดตามขอบ และคราบน้ำ ได้มียอดจัดส่งทั่วโลกทะลุ 1 ล้านเครื่อง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมในช่วงปีที่ผ่านมา

ในหมวด เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย (Stick Vacuum) ดรีมมี ได้เปิดตัว Air Series ที่มุ่งเน้นประสบการณ์การทำความสะอาดที่เบา และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยประกอบด้วย Dreame Air และ Air Station ซึ่งมาพร้อมฐานสถานีดูดฝุ่นอัตโนมัติที่สามารถเทฝุ่นจากถังเก็บระหว่างการชาร์จ และการจัดเก็บเครื่อง ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องดูแลนานสูงสุดถึง 50 วัน

ตัวเครื่องหลักมีน้ำหนักเพียง 1.19 กิโลกรัม รองรับการเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา และสามารถปรับนอนราบได้ 180 องศา เพื่อเข้าถึงพื้นที่ต่ำ พร้อมเทคโนโลยีไฟ LED ตรวจจับฝุ่นมุมกว้าง 150 องศา และระบบป้องกันเส้นผมพันแปรง TangleCut™ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดในพื้นที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขยายสู่ Smart Living และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านการทำความสะอาด ดรีมมี ยังเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ในกลุ่ม Personal Care, Smart Home Appliances และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อขยายระบบนิเวศสมาร์ทไลฟ์สไตล์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ในหมวด Personal Care ดรีมมี ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากไดร์เป่าผม และอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม สู่เครื่องโกนหนวด และอุปกรณ์ความงาม โดยหนึ่งในไฮไลต์คือ Pocket Aura รุ่นอัปเกรดจาก Pocket Uni 3-in-1 travel dryer ที่มาพร้อม AI Sensor ตรวจจับระยะห่างระหว่างเส้นผมกับกระแสลม
เพื่อปรับอุณหภูมิ และความเร็วลมโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความร้อนที่หนังศีรษะ และเพิ่มประสิทธิภาพการเป่าผม พร้อมระบบตรวจจับหัวต่ออัตโนมัติที่ปรับโหมดการจัดแต่งทรงผมให้เหมาะกับการยืด ม้วน และจัดทรง
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เด่นคือ Aero Straight Pro 2-in-1 Air Straightener ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการยืดผมด้วยกระแสลมรูปแบบใหม่ โดยผสาน ลมร้อนเพื่อจัดทรง และ ลมเย็นเพื่อล็อกทรงผม พร้อมมอเตอร์ความเร็วสูง 120,000 รอบต่อนาที และโหมดปกป้องโคนผมอัจฉริยะ ช่วยให้ได้ผลลัพธ์การจัดแต่งทรงผมระดับมืออาชีพ พร้อมลดความเสียหายจากความร้อน
สำหรับกลุ่ม Smart Environmental Appliances Dreame ได้เปิดตัว FP10 Air Purifier เครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาเพื่อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ โดยมาพร้อมระบบเก็บขนสัตว์ 360° Fur Collection System และช่องเก็บขนแบบซีลปิดที่มองเห็นได้ ช่วยรวบรวมขนสัตว์ที่ลอยในอากาศ
และลดการอุดตันที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการฟอกอากาศได้สูงสุดถึง 99.5% นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกรองอากาศ HyperMatrix™ 6 ชั้น และระบบไหลเวียนอากาศ CataFresh™ ที่ช่วยกำจัดขนสัตว์ สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพื่อคุณภาพอากาศภายในบ้านที่ดีขึ้น

ภายในงาน ดรีมมี ยังได้นำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเครื่องใช้ในครัวหลากหลายประเภท อาทิ Z-Fresh AI Refrigerator ตู้เย็นอัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีถนอมอาหารขั้นสูง และ L9 AI Washer-Dryer เครื่องซักผ้าอบผ้าที่ได้รับรางวัล Asia Design Prize 2026
รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ เช่น S1 Smart Water Purifier, PT60 Portable Air Fryer, เครื่องล้างจาน และ Z40 Pro Integrated Range Hood & Cooktop
ตอกย้ำการเติบโตระดับโลก พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบัน ดรีมมี ครอง ส่วนแบ่งตลาดหุ่นยนต์ทำความสะอาดอันดับ 1 ใน 18 ประเทศทั่วโลก และมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ในหลายประเทศ ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสมาร์ทคลีนนิ่งอย่างต่อเนื่อง และยังครองส่วนแบ่งตลาดระดับแนวหน้าบนแพลตฟอร์ม Shopee ทั่วทั้งภูมิภาค
ปัจจุบัน ดรีมมี มี Flagship Store มากกว่า 28 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขยายเครือข่ายค้าปลีกผ่านร้านชั้นนำ เช่น Harvey Norman, Best Denki และ Courts รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ Omnichannel ของแบรนด์
ด้วยเครือข่าย Omnichannel ที่แข็งแกร่ง และการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่น ดรีมมี ได้เริ่มขยายธุรกิจ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทยอยเปิดตัวในตลาดสำคัญ ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม และไทย เพื่อผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
ในอนาคต ภายใต้กลยุทธ์ ดรีมมี “HOME Smart Ecosystem” บริษัทจะเดินหน้าขยายการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมที่ล้ำสมัย และยกระดับประสบการณ์การใช้งาน เพื่อผลักดันการพัฒนาระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์

ช่องทางจัดจำหน่าย Dreame Official Store ทุกสาขา และ ช่องทางออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ https://shopee.co.th/dreameofficial หรือ https://www.lazada.co.th/shop/dreameofficialstore และ Dreame Thailand on TikTok : https://www.tiktok.com/@dreame.thailand
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























