ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) เผยความคืบหน้า “ดัชนีชีววิทยาศาสตร์” และปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเติบโตต่ออุตสาหกรรม…
TCELS เผยความคืบหน้า “ดัชนีชีววิทยาศาสตร์” และปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเติบโตต่ออุตสาหกรรม

ไปยดา หาญชัยสุขสกุล รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ กล่าวว่า ทีเซลส์ ได้พัฒนา ดัชนีอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences Index : LSI) มาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ร่วมกับ ผู้ทรงคุณวุฒิจากศูนย์บริการวิชาการ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
ซึ่งการที่ ทีเซลส์ ทำ LSI ขี้นมานั้นด้วยความมุ่งหวังว่าจะช่วยให้เป็นเครื่องมือในการพยากรณ์แนวโน้มของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างไร และช่วยให้ผู้ประกอบการ และนักลงทุนสามารถตัดสินใจ และวางแผนธุรกิจในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดัชนีอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ นั้นถูกวางให้เครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการชี้วัด ประเมินศักยภาพ และแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาศาสตร์ทั้งหมด โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และปัจจัยที่ต้องคำนึ่งถึง อาทิ แรงงาน ทรัพยากร ความรู้ การวิจัยพัฒนา กฎระเบียบ และความสามารถในการแข่งขัน
เพื่อทำให้ได้ทราบถึง จุดแข็ง-จุดอ่อน ศักยภาพของอุตสาหกรรมต่าง ๆ และช่วยให้เกิดการกำหนดนโยบาย และมาตรการส่งเสริมที่เหมาะสม ว่าควรปรับเปลี่ยน หรือสนับสนุนกิจกรรมอย่างไรเพื่อให้โครงการ หรืองานวิจัยที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงระหว่างผลงานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง อีกทั้งยังช่วยให้สถาบันการศึกษา
และหน่วยงานวิจัยสามารถกำหนดทิศทางการวิจัย และพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลา ดและอุตสาหกรรมได้ และให้เกิดแรงเหวี่ยงให้อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ในด้านส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐก็จะกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำตัญที่ช่วยให้ภาครัฐให้สามาถเข้าใจสถานะปัจจุบัน
ของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ และนำไปปรับเปลี่ยนแผนนโยบายให้ตรงจุด ซึ่งจะช่วยให้กิดการส่งเสริมผู้ปรกอบการไทยอย่างเหมาสมอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะสามารถช่วยให้นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ สามารถประเมินความพร้อมของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ไทย ซึ่งจะช่วยให้เกิดความน่าสนใจในตลาดการลงทุนมากขึ้น

โดยจากการเก็บรวบร่วมข้อมูล และวิเคราะห์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องทำให้ ทีเซลส์ ได้ข้อสรุปถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมออกเป็น 3 กลุ่มประกอบด้วย ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า (Input factor) ปัจจัยด้านผลผลิต (Output factor) และ ปัจจัยด้านผลลัพธ์ (Outcome factor)
ซึ่งในส่วนของ Input factor นั้นจะช่วยให้ทราบถึงปัจจัยที่จำเป็น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนา เช่น ทักษะแรงงาน, ความรู้ในการพัฒนา และเทคโนโลยีที่ต้องลงทุน ส่วน Output factor จะช่วยให้ทราบถึงกระบวนการผลิต และบริการด้านชีววิทยาศาสตร์ที่จำเป็น สุดท้ายคือ Outcome factor ที่จะช่วยให้รู้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านชีววิทยาศาสตร์
งบ 400 ล. อาจไม่พอ!! แต่พร้อมร่วมมือพาทเนอร์สนับสนุนงานวิจัย และผู้ประกอบการ

ตั้งแต่ริเริ่มโครงการทำ ดัชนีอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences Index : LSI) มาตลอด 5 ปี ทีเซลส์ ได้ดำเนินการสนบัสนุนผลงานวิจัยทางด้านชีววิทยาศาสตร์ และผู้ประกอบการ มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้วางงบประมาณในการสนับสนุนรวมกว่า 400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 200 บาท เพื่อสนับสนุนทุนวิจัย
และพัฒนานวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ และอีก 200 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในด้านต่างๆ ร่วมไปถึงการยกระดับมาตรฐาน การเข้าถึงตลาดทุน และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ แน่นนอนว่าตัวเลขงบประมาณดังกลา่วอาจจไม่เพียพอที่จะสนับสนุนให้เกิดแรงผลักดันอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์
ให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่ง ทีเซลส์ เองก็ทราบถึงอุปสรรคในส่วนนี้ดี จึงได้เดินหน้าขยายความร่วมมือกับพาทเนอร์ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อสนับสนุนให้เกิดแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การร่วมมือกับทางตลาดหลักทรัพย์ในการช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกบการมีโอกาสระดมทุนจากนักลงทุน เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางยังเป็น 2 ตลาด ที่มีโอกาสเติบโตมากสุด
ซึ่งจากเกิดรวบร่วมข้อมูล ทำให้พบว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถือเป็น 3 กลุ่ม ที่มีศักยภาพ และความพร้อมในการเติบโต เนื่องจากมีจุดแข็งในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ และสมุนไพร ที่ประเทศไทยเองมี และมาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพ
ขณะที่อุตสาหกรรมยา และเครื่องมือแพทย์ ยังพิจารณาในด้านกฎระเบียบ และข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ซึ่งหากได้รับการแก้ไข และพัฒนา ก็ยังมีการเติบโตได้อยู่

ล่าสุด ทีเซลส์ ได้เดินหน้าจัดงาน TCELS Business Forum 2024 : The Life Sciences Index as crucial guide for business development and industry advancement ขึ้น พร้อมเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยประกอบด้วย เภสัชภัณฑ์ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการบริการทางการแพทย์ และสุขภาพ
เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อสื่อสารให้เกิดตระหนักต่อปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ และให้ผู้มีส่วนร่วมได้ช่วยกับเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดแรงเหวี่ยงให้อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์เติบโตอย่างรวดเร็ว
อีกทั้งเป็นการเสนอผลของการสำรวจให้แก่อุตสาหกรรมได้ทราบถึงแนวทางการทำดัชนี LSI ว่าถ้าหากปีใดมีเลขดัชนีนี้สูง ก็หมายความได้ว่าอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์มีแนวโน้มในการเติบโตสูงขึ้น หากปีใดมีค่ามากก็แสดงว่าปีนั้นอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์มีการเติบโตมาก
และเพื่อย้ำให้ทราบว่าผลักดันอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ให้เติบได้นั้นมีความเกี่ยวข้องในหลายประกอบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และภาคส่งเสริมการลงทุน
โดย ทีเซลส์ พร้อมที่จะนำเสนอ และพัฒนาต่อยอดโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการประโยชน์จากดัชนีชี้วัดนี้ และนำเสนอภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมชีววิทยศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) ต่อไป
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























