ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) และ จุฬาฯ เปิดโครงการ เพื่อนแท้ร่วมทาง Road Safety ดันบุรุษไปรษณีย์ 20,000 คน นำจ่ายปลอดภัยทุกเส้นทาง พร้อมเป็นต้นแบบ และบอกต่อวินัยจราจรผู้ร่วมทาง 200,000 คน…
highlight
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จับมือร่วมขับเคลื่อนการขับขี่
ปลอดภัยภายใต้โครงการ “เพื่อนแท้ร่วมทาง Road Safety” นำร่องสร้างการรับรู้เรื่อง การขับขี่ปลอดภัยให้กับบุรุ ษไปรษณีย์กว่า 20,000 คนทั่วประเทศ รวมถึงกระจายความรู้ต่อไปยังบุ คคลรอบตัวให้ตระหนักถึ งความปลอดภัยบนท้องถนน เป้าหมาย 200,000 คน ภายในปี 2565
Thailand Post และ จุฬาฯ เปิดโครงการ เพื่อนแท้ร่วมทาง Road Safety

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล Chief Brand Officer จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยเป็นเพื่อนแท้ร่วมทาง ที่มีความคุ้นเคย ใกล้ชิดกับคนไทยมายาวนาน เข้าถึงทุกพื้นที่ผ่านบุรุษไปรษณีย์กว่า 20,000 คน
เป็นเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไทย สามารถพูดคุยในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นกันเอง โดยสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปรษณีย์ไทย เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงร่วมกันจัดทำแคมเปญเพื่อนแท้ร่วมทาง Road Safety โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่ปลอดภัย
ให้แก่บุรุษไปรษณีย์ทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้บุรุษไปรษณีย์เป็นต้นแบบการขับขี่ปลอดภัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อให้กับผู้ขับขี่จักรยานยนต์อื่น ๆ รวมทั้งบุคคลรอบตัวให้ร่วมกันตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมีเป้าหมาย 200,000 คนภายในปี 2565 เพื่อให้สังคมไทยตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนนไปด้วยกัน

รศ.ดร.มาโนช โลหเตปานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน (ThaiRSC) พบว่าในปี 2564 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากถึง 13,624 คน
และมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนมากถึง 883,197 คน ซึ่งอุบัติเหตุเหล่านี้เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก คือ คน ยานพาหนะ และสภาพแวดล้อม จึงได้มีการทำแคมเปญเพื่อนแท้ร่วมทาง Road Safety ร่วมกับไปรษณีย์ไทยเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ปลอดภัยให้แก่บุรุษไปรษณีย์ ในรูปแบบการอบรมออนไลน์
ซึ่งได้พัฒนาหลักสูตรร่วมกับโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ ของ SCG โดยบุรุษไปรษณีย์สามารถเข้าอบรมออนไลน์ได้ผ่านแพลตฟอร์ม CU NEURON ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังให้การสนับสนุนจัดทำคลิปวิดีโอให้ความรู้เพื่อการขับขี่ และใช้ยานพาหนะบนท้องถนนอย่างปลอดภัยอีกด้วย

ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีเจ้าหน้าที่นำจ่ายกว่า 20,000 คน มีการจัดอบรมเรื่องการขับขี่ปลอดภัยให้กับบุรุษไปรษณีย์ และเจ้าหน้าที่ขับรถขนส่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2564 ที่ผ่านมาพบว่ามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่บุรุษไปรษณีย์เป็นฝ่ายผิดเพียง 0.13%
มีจำนวนใบสั่งที่ได้รับ จำนวน 2,720 ใบ ซึ่งจากความร่วมมือกับสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพันธมิตร คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนชุดความรู้และสื่อประชาสัมพันธ์ และโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ ของ SCG บุรุษไปรษณีย์จะได้รับการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการขับขี่ผ่านระบบออนไลน์
ตลอดปี 2565 มีเป้าหมายในการลดการเกิดอุบัติเหตุลงอีกมากกว่า 50% และยังมีกิจกรรมเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้กับบุรุษไปรษณีย์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการปฏิบัติดีอย่างแท้จริง และการบอกต่อเพื่อสร้างเครือข่ายการขับขี่ปลอดภัยไปด้วยกัน

โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดเป้าหมายของเราที่ต้อการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลง และเป็นผู้นำในการสร้างสังคมที่มีความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาทาง ไปรษณีย์ไทย เองก็ได้มีโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมการขับขี่ของพนังงานไปรษณีย์ไทย
หรือจัดอบรมการปลูกจิตสำนึกบริการสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งเรายังมีการวางมาตราการในการดูแลควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงงานของเราอยู่เสมอ โดยใช้ข้อมูลจากการเรียกเก็บใบสั่งค่าปรับที่มีการฝ่าฝืนระเบียบการขับขี่มาวิเคราะห์ และหาวิธีการที่จะลดปัญหาดังกล่าวลง

ขณะที่ในส่วนพนักงานของเราก็จะได้รับการคุ้มครองจากประกันที่เราได้ทำเอาไว้ให้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแม้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเค้าก็จะได้รับกรดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งนอกเหนือจากความร่วมมือในครั้งนี้เเล้ว ไปรษณีย์ไทย เองก็ยังมีเป้าหมายที่จะลดมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการใช้น้ำมันลง ด้วยการวางระบบการจัดการขนส่งใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งจะช่วยให้ ไปรษณีย์ไทย สามารถนำส่งพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถใช้น้ำมันลดลง ด้วยจำนวนการวิ่งส่งที่น้อยลงแต่พัสดุถึงมือผู้บริโภคอย่างครบถ้วน นอกกจานี้ที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทย เองก็มีโครงการในการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นอีกด้วย
โดย ไปรษณีย์ไทย มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าให้ได้ถึง 250 คัน เป็นอย่างน้อย รวมถึงดำเนินการโครงการการสร้างสถาณีชาร์ตไฟฟ้า ร่วมกับทาง บริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ตามที่ทำการไปรษณีย์ไทยที่มีจำนวนการขนส่งจำนวนมาก
ทั้งหมดเพื่อให้เกิดการลดมลภาวะทางอากาศลงในกระบวนการขนส่ง และยังเป็นการช่วยให้ ไปรษณีย์ไทย บริการต้นทุนน้ำมันที่เเพงมากขึ้นในปัจจุบันได้อีกด้วย

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























