เสียวหมี่ (Xiaomi) โชว์รายงานรายได้ และผลกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2020 เกิดจากกลยุทธ์ “สมาร์ทโฟน x AIoT” ทำให้เกิดการขยายตัวในต่างประเทศ…
Xiaomi โชว์รายงานรายได้ และผลกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2020
เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยผลการตรวจสอบงบการเงินรวมของบริษัท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2020) ว่า ในปี 2563 รายได้รวมของเสียวหมี่มีมูลค่า 2,45.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีกำไรสุทธิหลังการปรับปรุง 13 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อเทียบปีต่อปีผลประกอบการเกินความคาดหมายของตลาด ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 รายได้ของกลุ่มบริษัท มีมูลค่า 70.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.8% เมื่อเทียบปีต่อปี มีกำไรสุทธิหลังการปรับปรุง 3.2 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ปี 2563
- รายรับรวมอยู่ที่ประมาณ 245.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 36.8 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 28.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กำไรสุทธิที่ยังไม่ได้ปรับปรุงตาม IFRS อยู่ที่ 13 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนสูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่
- กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.849 หยวน
ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ไตรมาสที่ 4 ปี 2563
- รายรับรวมอยู่ที่ระดับสูงสุดของไตรมาสก่อนประมาณ 70.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กำไรขั้นต้นประมาณ 11.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 44.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กำไรสุทธิที่ยังไม่ได้ปรับปรุงตาม IFRS อยู่ที่ 3.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 36.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า ในปี 2563 ธุรกิจทั่วโลกของเราฟื้นตัวจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เสียวหมี่ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทางธุรกิจตั้งแต่ต้นทางและปลายทางเพื่อเร่งการกลับมาทำงาน
และการผลิตใหม่ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นและติดต่อกันได้และความต้องการผลิตภัณฑ์ของเรายังคงมีคุณภาพจากการผ่อนปรนในตลาดหลักในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้การดำเนินงานทางธุรกิจของเราสามารถฟื้นตัวได้อย่างน่าประทับใจ
เรายังคงดำเนินกลยุทธ์ “สมาร์ทโฟน×AIoT“ (AI + IoT) ผลการดำเนินงานที่มั่นคงในปีนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขันของรูปแบบธุรกิจของเรา
ผลการปฏิบัติงานประจำปี 2563
สถานะที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม
ในปี 2563 รายรับของเสียวหมี่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 152.2 พันล้านหยวนต่อปี เพิ่มขึ้น 24.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในปี 2563 บริษัทมียอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจำนวน 146.4 ล้านเครื่อง เติบโต 17.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 รายได้จากสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 42.6 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 38.4%
เมื่อเทียบกับปีก่อน ในไตรมาสนี้ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของกลุ่มบริษัทเสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน มีจำนวนถึง 42.3 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 29.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ตามรายงานของ Canalys ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 เสียวหมี่ ยังคงครองอันดับ 3 ของโลกในแง่ของการส่งออกสมาร์ทโฟนโดยมีส่วนแบ่งการตลาด 12.1%
ซึ่งทำให้เสียวหมี่เป็นบริษัทสมาร์ทโฟนในบรรดาบริษัทชั้นนำระดับท็อป 5 ของโลกที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธุรกิจสมาร์ทโฟนของกลุ่มบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมากในประเทศจีนตามรายงานของ Canalys ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 การจัดส่งสมาร์ทโฟนในตลาดประเทศจีนเพิ่มขึ้น 51.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบเป็นรายปีในบรรดาบริษัทชั้นนำระดับท็อป 5 ของโลก

ส่วนแบ่งประเทศจีนของเสียวหมี่ เพิ่มขึ้นเป็น 14.6% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 จาก 9.2% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2562 ในช่วงเวลาดังกล่าว เสียวหมี่ยังคงใช้กลยุทธ์ Dual Brand ในปี 2563 เสียวหมี่จำหน่ายสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมประมาณ 10 ล้านเครื่องทั่วโลก
โดยมีราคาขายปลีกที่หรือสูงกว่า 3,000 หยวนในประเทศจีน และ 300 ยูโร หรือเทียบเท่าในตลาดต่างประเทศ ในเดือนธันวาคม ปี 2563 การเปิดตัวของ Mi 11 ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จากยอดจัดส่งทะลุ 1 ล้านเครื่องใน 21 วันแรกหลังจากวางจำหน่าย แบรนด์เรดหมี่ (Redmi) ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่
สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ Redmi Note 9 Series ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาด โดยขายได้มากกว่า 30 ล้านเครื่องทั่วโลกระหว่างการเปิดตัวในวันที่ 12 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
ด้วยแรงหนุนจากยอดขายสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมี่ยมที่เพิ่มขึ้น ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ เพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 1,040 หยวน ในปี 2563 และ 6.8% เป็น 1,009 หยวนในไตรมาส ที่ 4 ของปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่องทางออนไลน์ เสียวหมี่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดมากขึ้น จากข้อมูลของบุคคลที่สาม ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนออนไลน์ของเสียวหมี่ในประเทศจีน ในแง่ของการจัดส่งเพิ่มขึ้นจาก 18.5% ในไตรมาสแรกของปี 2563 เป็น 29.5% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ในช่วงวันคนโสด (11.11)
และเทศกาลช้อปปิ้ง 12.12 ในปี 2563 สมาร์ทโฟนจากเสียวหมี่และเรดหมี่ครองอันดับ 1 ของยอดขายในบรรดาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ บน Tmall.com, JD.com และ Suning.com

ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำใน AIoT โดยรากฐานธุรกิจที่มั่นคง
ในปี 2563 กลุ่มบริษัทได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “สมาร์ทโฟน×AIoT“ อย่างจริงจังเนื่องจากรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์สูงถึง 67.4 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 รายได้จากส่วนผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์อยู่ที่ 21.1 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในปี 2563 เสียวหมี่จัดส่งสมาร์ททีวีทั่วโลกถึง 12.0 ล้านเครื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดได้ บริษัทวิจัย All View Cloud (“AVC”) ระบุว่า ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 การจัดส่งทีวีของเสียวหมี่อยู่ในอันดับที่ 1 ในประเทศจีนเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกันและติดอันดับหนึ่งในห้าอันดับแรกของโลก
ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมสมาร์ททีวี เสียวหมี่ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดในประเภททีวีจอแสดงผลระดับพรีเมียมและขนาดใหญ่พิเศษและขยายขอบเขตไปทั่วโลก บริษัทวิจัย All View Cloud (“AVC”) ระบุว่าในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 เสียวหมี่ (Xiaomi)
และ เรดหมี่ ทีวี (Redmi TV) ครองอันดับ 1 จากยอดค้าปลีกในตลาดทีวีขนาด 70 นิ้ว ในประเทศจีนโดยมีส่วนแบ่งการตลาด 27.7% หลังจากการเปิดตัวสมาร์ททีวีที่ประสบความสำเร็จในอินเดีย อินโดนีเซียและรัสเซีย เสียวหมี่ยังได้เปิดตัวสมาร์ททีวีไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส โปแลนด์ และตลาดสำคัญอื่น ๆ ในปี 2563 เนื่องจากเสียวหมี่ได้เล็งเห็นโอกาสทางการตลาดในต่างประเทศมากขึ้น
เสียวหมี่ได้ทุ่มเททรัพยากรให้กับผลิตภัณฑ์ IoT ที่จะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างกันในบ้านอัจฉริยะและยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด ในปี 2563 เสียวหมี่จัดส่งลำโพง AI ทั่วโลกเกิน 10 ล้านชิ้น และจัดส่งไวไฟเราเตอร์มากกว่า 15 ล้านชิ้น

ตามรายงานของ “IDC‘s PRC Quarterly Smart Home Device Tracker, 2020 Q3“ ในไตรมาสที่สามของปี 2563 เสียวหมี่ ติดอันดับหนึ่งในสามของการจัดส่งสินค้าในหมวดอุปกรณ์สมาร์ทต่าง ๆ อาทิ เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์, กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และระบบแสงอัจฉริยะ ในประเทศจีน
รายได้จาก IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในตลาดต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2020 กลุ่มบริษัท ได้จำหน่าย IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในกว่า 80 ประเทศและภูมิภาค และตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 เสียวหมี่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่นสู่ตลาดต่างประเทศ
เช่น Mi Electric Scooter Pro 2 Mercedes-AMG Petronas F1 Team Edition ในอนาคตกลุ่มบริษัทเสียวหมี่มีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างตำแหน่งในตลาดต่างประเทศ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และนวัตกรรมต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้ทั่วโลก
เสียวหมี่มีเป้าหมายที่จะผลักดันการขายผลิตภัณฑ์ IoT และสมาร์ทโฟน อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากแบรนด์และช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อครองส่วนแบ่งตลาด IoT ขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เสียวหมี่ยังคงใช้กลยุทธ์ “Smartphone×AIoT“ เพื่อสร้าง ระบบนิเวศที่อยู่อาศัยอัจฉริยะระดับโลกโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สมาร์ทโฟน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟน และแล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่เพิ่มขึ้นเป็น 324.8 ล้านหน่วย เติบโต 38.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ 5 เครื่องขึ้นไปที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ของบริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟน และแล็ปท็อป)
ยังมีจำนวนถึง 6.2 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 52.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนธันวาคมปี 2563 ผู้ช่วย AI ของเสียวหมี่มีจำนวนผู้ใช้งาน 86.7 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 43.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแอปพลิเคชัน Mi Home App มีผู้ใช้งานถึง 45 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายรับจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตของเสียวหมี่มีมูลค่า 23.8 พันล้านหยวนในปี 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้น 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 รายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตมีมูลค่า 6.2 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในปี 2563 ฐานผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกของเสียวหมี่ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ในเดือนธันวาคม 2563 จำนวนผู้ใช้รายเดือนของ MIUI เพิ่มขึ้น 28.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 396.3 ล้านผู้ใช้ ในขณะที่จำนวนผู้ใช้รายเดือนของ ของ MIUI ในประเทศจีนมีจำนวน 111 ล้านคน ในเดือนมกราคม 2564
จำนวนผู้ใช้รายเดือนของ ของ MIUI ในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเป็น 114.5 ล้านเครื่อง จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการจัดส่งสมาร์ทโฟนในประเทศจีนของกลุ่มบริษัท ในขณะเดียวกันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทีวียังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ในเดือนธันวาคมปี 2563 จำนวนผู้ใช้รายเดือนของ ของสมาร์ททีวี และ Mi Box มีจำนวนถึง 40.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 48.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2020 มีจำนวนสมาชิกทีวีแบบชำระเงินเพิ่มขึ้น 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 4.3 ล้านราย
นอกจากนี้ รายรับจากการโฆษณาอยู่ที่ 12.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 รายได้จากการโฆษณาสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เสียวหมี่จะยังคงให้ประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของอัลกอริทึม และคำแนะนำเนื้อหา โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 รายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 55.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 0.9 พันล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 14.1% ของรายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
เสียวหมี่จะขยายฐานผู้ใช้ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างการนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตเพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ
เพิ่มขีดความสามารถของช่องทางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ
ในปี 2563 รายได้ของเสียวหมี่จากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 122.4 พันล้านหยวน หรือ 49.8% ของรายได้ทั้งหมด ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 รายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 27.6% เป็น 33.8 พันล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 47.9% ของรายได้ทั้งหมด
โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2020 ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม บริษัทได้วางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก จากข้อมูลของ Canalys เสียวหมี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในห้าอันดับแรกของผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนใน 54 ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลกในไตรมาสที่สี่ของปี 2563
เสียวหมี่ยังคงได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องในตลาดหลัก ๆ ทั่วโลกในปี 2563 จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Canalys ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 เสียวหมี่ได้รับการจัดอันดับ 3 ติดต่อกัน 3 ไตรมาส ในยุโรปในด้านการจัดส่งสมาร์ทโฟนโดยมีส่วนแบ่งตลาด 15.3%
นอกจากนี้กลุ่มบริษัท ยังครองอันดับ 1 ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกเป็นครั้งแรกเนื่องจากการจัดส่งสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีส่วนแบ่งตลาด 24.7% และในยุโรปตะวันตก เสียวหมี่ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในสามบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำจากการจัดส่งสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 57.3%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 10.9% โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในสเปนครองอันดับ 1 ติดต่อกัน 4 ไตรมาสโดยมีส่วนแบ่งตลาด 27% นอกจากนี้การจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ ยังเพิ่มขึ้น 86.2% ในฝรั่งเศส, 61.6% ในอิตาลี และ 139.8% ในเยอรมนี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563
ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 สมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในอินเดียถือเป็นไตรมาสที่ 13 ติดต่อกัน คิดเป็น 27.4% ตามรายงานของ Canalys โดยกลุ่มบริษัท ยังเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญในตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ในประเทศใกล้เคียง จากข้อมูลของ Canalys การจัดส่งสมาร์ทโฟนของ เสียวหมี่
อยู่ในอันดับที่ 4 ในละตินอเมริกา โดยมีการเติบโต 215.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคเพิ่มขึ้นเป็น 9.1% จาก 2.7% ในช่วงเดียวกันของปี 2019 และการจัดส่งสมาร์ทโฟนยังครองตำแหน่งสูงสุด 4 อันดับแรกในตะวันออกกลาง และแอฟริกา
ในปี 2563 เสียวหมี่ ได้เพิ่มขีดความสามารถของช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยกลุ่มบริษัทขายสมาร์ทโฟนมากกว่า 16 ล้านเครื่อง ผ่านช่องทางออนไลน์ในตลาดต่างประเทศ ยกเว้นตลาดอินเดีย เพิ่มขึ้นกว่า 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้กลุ่มบริษัท จัดส่งสมาร์ทโฟนมากกว่า 9 ล้านเครื่อง ผ่านช่องทางของผู้ให้บริการในตลาดต่างประเทศ ยกเว้นอินเดียซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 380% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การลงทุนด้านการวิจัย และพัฒนายังคงเพิ่มขึ้น
นวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของเสียวหมี่และกลุ่มบริษัทจะไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 เสียวหมี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 ผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลกโดย Clarivate Analytics เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ทีมวิศวกรของกลุ่มบริษัทยังได้รับรางวัล “2020 Xiaomi Million Dollar Technology Award“ จากการพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จแบบเร็ว 120W และคุณสมบัติการปกป้องความเป็นส่วนตัวของ MIUI เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ และเป็นกำลังใจต่อความสามารถด้านวิศวกรรม ในปี 2564 เสียวหมี่จะยังคงยังคงเดินหน้าลงทุนและจัดหาวิศวกรเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการวิจัย และพัฒนาต่อไป
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























