ZORT x AUTOBOT โชว์ความสำเร็จจากบริการจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะ

ZORT

ซอร์ท (ZORT) x ออโต้บอท (AUTOBOT) โชว์เคสแพลตฟอร์มบริการจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะปลุกตลาด AI Smart Home Device หนุนธุรกิจเติบโต พร้อมติดปีกช่วย SME ไทย พร้อมเตรียมเข้สตลาดหลักทรัพย์ใน 2-3 ปี…

ZORT x AUTOBOT โชว์ความสำเร็จจากบริการจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะ

ZORT

ซอร์ท จับมือ ออโต้บอท โชว์เคส การใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการออเดอร์ และสต๊อกสัญชาติไทยหนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบรนด์คนไทยสู้แบรนด์ต่างชาติ มองเทรนด์ปีนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซในนประเทศแตะ 3.5 แสนล้านบาท คาดเทรนด์ยังโตต่อเนื่อง 30% ต่อปี แต่มีปัจจัยเสี่ยงตลาดโตสูงคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นหวังร่วมชิงเค้กในตลาด

ชี้แพลตฟอร์มบริหารจัดการออเดอร์ และสต๊อกแบบรวมศูนย์ ตอบโจทย์ช่วยลดต้นทุน และสร้างโอกาสการเติบโตในยุคการแข่งขันสูง ด้าน ออโต้บอท เผยปัจจุบันแบรนด์ต่างชาตบุกตีตลาด AI Smart Home Device ในประเทศจำนวนมาก

ผู้ประกอบการไทยยต้องเร่งปรับตัวรับมือ แนะใช้เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุนเพิ่มศักยภาพบริการ เผยใช้บริการ ซอร์ท ต่อเนื่อง ปี ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสการเติบโตเฉลี่ยปีละมากกว่า 1 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายแตะ 250 ล้านบาท โต 25%

ZORT
พาสูง ส่งศักดิ์สกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด

พาสูง ส่งศักดิ์สกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด แพลตฟอร์มบริหารจัดการออเดอร์ และสต๊อกครบวงจร (Seller Management Platform) เปิดเผยว่า เทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยยังอยู่ในทิศทางการเติบโตที่ก้าวกระโดด

โดยคาดว่าแนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจะมีมูลค่ามากถึง 3.5 แสนล้านบาทในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 30% ทุกปี แต่ด้วยแนวโน้มตลาดที่เติบโตสูงนำมาซึ่งการแข่งขันที่เข้มข้นมีทั้งผู้ประกอบการหน้าใหม่ และผู้ประกอบการเดิม เข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

เนื่องจากเป็นช่องทางที่เข้าถึงง่ายผู้บริโภคได้ง่ายสะดวกและรวดเร็ว ประกอบกับมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับแนวโน้มการหดตัวของประชากรไทยในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า กลายเป็นความท้าทายที่ส่งผลให้การทำธุรกิจเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างมีจำกัด ฉะนั้นในอนาคตผู้ประกอบการ อีคอมเมิร์ซ จำเป็นต้องมองหาช่องทาง และตลาดใหม่

เพื่อต่อยอด และขยายธุรกิจให้เติบโตได้ รวมถึงการปรับตัวให้ทันกับปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมา ทั้งนี้ในส่วนของ ซอร์ท ได้เตรียมแผนการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนแ ละส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยทั้งขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ให้สามารถแข่งขันในโลกของออนไลน์ได้อย่างยั่งยื

โดยมุ่งมั่นพัฒนาระบบจัดการออเดอร์ และสต๊อกแบบครบวงจร ที่เข้ามาแก้ไขจุดอ่อนทางธุรกิจ ของการขายของออนไลน์ และออฟไลน์ โดยเฉพาะการเปิดร้านค้าผ่านหลายแพลตฟอร์ม เช่น Lazada, Shopee, JD central, Facebook หรือ Line โซเชียลคอมเมิร์ซ และเว็บไซต์ รวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในอนาคต

“จากวิสัยทัศน์ดังกล่าวส่งผลให้ตลอด 7 ปีที่ ซอร์ท ได้เปิดให้บริการมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้ว 4,500ราย เพิ่มขึ้นจากต้นปีที่มีอยู่ 3,000 ราย และตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ราย โดยจุดแข็งที่ ซอร์ท  สามารถก้าวมาอยู่ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มสัญชาติไทยได้

เพราะเป็นระบบจัดการออเดอร์ และสต๊อกแบบครบวงจรรายแรกในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Customer Centric เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการที่ตอบโจทย์ที่สุด ใช้ง่ายที่มีใช้จ่ายน้อยที่สุด เป็นระบบที่ครบครันตอบโจทย์การทำธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กครอบคลุมถึงธุรกิจขนาดใหญ่

ผ่านการพัฒนาจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริง และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า (Data Analysis) มาสร้างเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รวบรวมการขายของจากหน้าร้านทุกแพลตฟอร์มและหน้าร้านแบบออฟไลน์มาไว้ที่เดียว” พาสูง กล่าว

ZORT

สำหรับลูกค้าของ ซอร์ท แบ่งเป็นผู้ค้าออนไลน์รายย่อย 50% ลูกค้าองค์กร 50% โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ใช้บริการ ซอร์ท ยังคงใช้บริการอยู่ต่อเนื่อง เช่น บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ ออโต้บอท แบรนด์ดูดฝุ่นสัญชาติไทย ที่เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มที่เติบโตมาด้วยกันกับ ซอร์ท 

โดยใช้บริการต่อเนื่องมาถึง 5 ปี ในส่วนงานด้านระบบจัดการออเดอร์ การรวมออเดอร์จากทุกช่องทางการขายมาไว้ในที่เดียว สามารถติดตามสถานะการสั่งซื้อได้ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีตกหล่น ระบบจัดการคลังสินค้าสามารถอัปเดตสต๊อกสินค้าอัตโนมัติได้แบบเรียลไทม์ ไปยังทุกหน้าร้านทุกแพลตฟอร์ม ที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญมาก

สำหรับการขายสินค้าผ่านออนไลน์ เนื่องจากการอัพเดทสินค้าแบบเรียลไทม์เป็นการสร้างโอกาสทางการขาย เพราะการให้บริการสินค้าที่ทันใจ ทันความต้องการของลูกค้า คือ หัวใจสำคัญของการขายสินค้าออนไลน์ และยังสามารถดึงข้อมูลสต๊อกสินค้าเป็นไฟล์ Excel ได้อีกด้วย ระบบบัญชี (Accounting) จัดการเอกสารบัญชีได้ง่าย ๆ

รวมถึงระบบคลังสินค้า (Fulfillment) ด้วยระบบจัดการออเดอร์ที่พัฒนามาอย่างครอบคลุม สามารถสนับสนุนการทำธุรกิจ ออโต้บอท ที่เน้นการขายบนช่องทางออนไลน์ 80% ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ ออโต้บอท ก้าวขึ้นสู่แบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นสัญชาติไทยที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของ Shopee ในปัจจุบัน

ด้านจากนี้ในส่วนของการดูแลระบบไม่ให้เกิด ดาวน์ไทม์ (downtime) โดยทาง ซอร์ท มีทีมงานที่คอยมอนิเตอร์ อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ใช้งานในการใช้ระบบได้ผ่านอุปกรณ์พกพา ที่รองรับทั้ง ระบบปฏิบัติการ Android OS และระบบปฏิบัติการ iOS แต่นี้จะเป็นเพียงเครื่องมือในการช่วยตรวจสอบคำสั่งซื้อ และเช็คสต็อกเท่านั้น 

ZORT
ธรรมสร มีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ ออโต้บอท

ด้าน ธรรมสร มีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ ออโต้บอท แบรนด์ดูดฝุ่นสัญชาติไทย ปิดเผยว่า โรบอท เมคเกอร์ ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 9 ปี และใช้บริการแพลตฟอร์มของ ซอร์ท มาตลอด 5 ปี นับจากปีแรก ๆ ที่โรบอท เมคเกอร์ได้เปิดตัว

สินค้าแบรนด์ ออโต้บอท บริษัทมีพนักงานเพียง 5 คน ต่อมาเทรนด์ของการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล และวิถีชีวิตเร่งรีบ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมีความต้องการสินค้าที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าแบรนด์ ออโต้บอท มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดปี 2564 สร้างยอดขายได้ 200 ล้านบาท เติบโต 20 % จากปีก่อนหน้านี้ 

อย่างไรก็ดีการเติบโตของธุรกิจส่งผลให้บริษัทต้องเร่งต้องขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของตลาด ออโต้บอท จึงมองหาแพลตฟอร์มเข้ามาช่วยบริหารจัดการงานขายแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการขายตอบโจทย์ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วไปพร้อมกับการลดต้นทุนเพื่อช่วยให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการ

จากต่างประเทศได้ ซึ่ง ซอร์ท เป็นแพลตฟอร์มคนไทยที่ออกแบบมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการไทยเป็นตัวช่วยควบคุมต้นทุนในการจ้างพนักงานเพื่อการขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบสามารถลดขั้นตอนการทำงาน และมีความแม่นยำสูง จึงทำให้บริการสามารถนำทรัพยากรบุคคลที่มีอย่างจำกัดไปเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านอื่น ๆ ได้มากมาย

ZORT

“ปัจจุบันสินค้าเกี่ยวกับ AI Smart Home Device แบรนด์ต่างประเทศเข้ามาบุกตลาดประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดย ออโต้บอท มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20% และมีเป้าหมายว่าจะสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 30% ภายในปี 2566

ซึ่งการสร้างแบรนด์สินค้าของไทยต้องแข่งขันกับนานาประเทศ ซึ่งคู่แข่งเหล่านั้นมีต้นทุนและงบประมาณทำการตลาดมหาศาล หากผู้ประกอบการไทยมีการปรับตัวเพื่อรับมือก็จะสามารถแข่งขันได้ เช่น การมีแพลตฟอร์มที่ดีมาซัพพอร์ตก็จะช่วยให้ลดต้นทุนการดำเนินงานและทำให้มีต้นทุนไปพัฒนา ขยายงานส่วนต่าง ๆ

รวมไปถึงมีความสามารถในการกำหนดราคาขายสินค้าให้สมเหตุสมผล เพิ่มโอกาสทางการแข่งขันกับแบรนด์ต่างประเทศได้” ธรรมสร กล่าว

สำหรับแผนธุรกิจของโรบอท เมคเกอร์ในปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ที่ 250 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 8 ประเภท และมีแผนที่จะขยายไปสู่สินค้าประเภทสัตว์เลี้ยง แม่ และเด็ก เพิ่มเติม โดยภายในไตรมาสสามของปี 2565 นี้ ออโต้บอท เตรียมที่จะปล่อย หุ่นยนต์ขัดห้องน้ำ เพื่อสานต่อคามตั้งใจที่จะส่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้เรายังมีเป้าหมายที่จะเข้สตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 2-3 ปี

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th