ZTE เผยรายงาน Sustainability Report 2025 มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI สู่อนาคตที่ยั่งยืน

ZTE

เอไอ (AI) เปลี่ยนโลกสีเขียว! แซดทีอี (ZTE) เผยรายงานฉบับใหม่ ประจำปี 2025 ดันนวัตกรรม AI ขับเคลื่อน ESG เต็มสูบ…

highlight

  • แซดทีอี เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี ‘Sustainability Report 2025’ โชว์วิสัยทัศน์ระดับโลกในการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับยุทธศาสตร์ ESG ขับเคลื่อนองค์กร และพันธมิตรสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน และเดินหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืนในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

ZTE เผยรายงาน Sustainability Report 2025 มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI สู่อนาคตที่ยั่งยืน

ZTE

แซดทีอี ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก เปิดเผยรายงาน “Sustainability Report 2025” สะท้อนความสำเสร็จในการขับเคลื่อนองค์กร โดยบรรลุผลอย่างดี ทั้งด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) นับเป็นปีที่ 18 ติดต่อกัน ที่ แซดทีอีเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อสาธารณะ

รายงาน “Sustainability Report 2025” ระบุว่า ที่ผ่านมา แซดทีอี ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในหลายด้านขององค์กร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน การผลักดันการเข้าถึงดิจิทัลในระดับโลก การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการเสริมความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาล สะท้อนบทบาทของบริษัทในฐานะ “ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล”

สวี จื่อหยาง (Mr.Xu Ziyang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก แซดทีอี ได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ “เป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผลอัจฉริยะ” ภายใต้กลยุทธ์ Connectivity + Computing

โดยมุ่งใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ร่วมสนับสนุนทุกภาคส่วนในสังคมสู่อนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ คือ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมทุกคนสามารถเช้าถึงเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี

ZTE

เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี AI

แซดทีอี มุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Connectivity + Computing” ควบคู่แนวคิด “All in AI, AI for All” โดยในปี 2025 บริษัทลงทุนด้านวิจัยและพัฒนากว่า 22,760 ล้านหยวน หรือประมาณ 17% ของรายได้ทั้งหมด ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ เช่น 6G เครือข่ายใยแก้วนำแสง ระบบประมวลผล ชิป AI ระบบปฏิบัติการ และฐานข้อมูล

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 แซดทีอี ได้ยื่นจดสิทธิบัตรทั่วโลกประมาณ 95,000 รายการ และได้รับอนุมัติแล้วกว่า 50,000 รายการ ในขณะที่ด้านเทคโนโลยี AI มีการยื่นจดสิทธิบัตรเกือบ 5,500 รายการ และได้รับอนุมัติแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ภายในองค์กร แซดทีอี ยังได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในงานวิจัย และการพัฒนาอย่างจริงจัง โดยนักพัฒนากว่า 79.78% ใช้เครื่องมือ AI ในการทำงาน และมีการใช้ AI สร้างโค้ดในสัดส่วน 31.45% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ แซดทีอี ยังได้รับรางวัลด้านนวัตกรรม และสิทธิบัตรจำนวนมาก ได้แก่ รางวัล Gold Awards จำนวน 11 รางวัล, รางวัล Silver Awards จำนวน 3 รางวัล และรางวัลดีเด่นอีก 39 รางวัล จากเวที China Patent Awards รวมถึง รางวัลจาก Guangdong Patent Awards อีกจำนวน 31 รางวัล

ZTE

ลดคาร์บอน เดินหน้าสู่ “Digital Green Path

แซดทีอี ผสานเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับกลยุทธ์องค์กร ผ่านแนวคิด “Digital Green Path” ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การดำเนินงานสีเขียว, ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว และ การใช้เทคโนโลยีช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

โดยในปี 2025 แซดทีอี สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ได้สูงถึง 46% เมื่อเทียบกับปี 2021 ผ่านมาตรการประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการใช้ AI บริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน

และการใช้งานผลิตภัณฑ์ แซดทีอี สามารถลดความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนจากการใช้งานโทรคมนาคม ได้ 8.55% และลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์เทอร์มินัลลง 3.05%

ZTE

แซดทีอี ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน CDP Climate A List ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากผลงานด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้านพลังงานสะอาด แซดทีอี ได้ติดตั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมในเมืองซีอาน และฉางซา ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้กว่า 39.22 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี

พร้อมเข้าร่วมโครงการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว และได้รับใบรับรองพลังงานสะอาดรวม 33,700 ใบ ด้านห่วงโซ่อุปทาน แซดทีอี นำแนวคิดคาร์บอนต่ำมาใช้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ โดยในปี 2025 โรงงานในเมืองซีอานและฉางซาได้รับการรับรองเป็น “National Green Factory” ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานสีเขียวระดับประเทศรวม 3 แห่ง และโรงงานสีเขียวระดับมณฑลอีก 1 แห่ง

ตลอดปีที่ผ่านมา แซดทีอี ยังได้จัดอบรมด้านคาร์บอนและสิ่งแวดล้อมให้ซัพพลายเออร์ 97 ราย ตรวจประเมินด้านคาร์บอนกับซัพพลายเออร์ 158 ราย พร้อมสนับสนุนซัพพลายเออร์หลัก 152 ราย ซึ่งคิดเป็น 50.82% ของมูลค่าการจัดซื้อ ให้ดำเนินการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ และผลักดันให้ซัพพลายเออร์หลัก 83 ราย

เข้าร่วมการประเมินของ CDP ในขณะเดียวกัน แซดทีอี ยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว ผ่านชิปประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว ระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสถานีเครือข่าย และระบบบริหารคาร์บอนตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ โดยภายในสิ้นปี 2025 บริษัทได้ประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์แล้ว 240 รายการ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า

เทคโนโลยีสร้างสังคมที่เท่าเทียม

แซดทีอี ยังคงยึดแนวคิด “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างโอกาสด้านการสื่อสารและดิจิทัลอย่างเท่าเทียม โดยปัจจุบันบริษัทให้บริการเครือข่ายแก่ประชากรกว่า 1 ใน 3 ของโลก หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือการติดตั้งระบบเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกในโรงพยาบาลประชาชนเขตปาเฉิน เขตปกครองตนเองทิเบต

ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่า 4,500 เมตร เพื่อสนับสนุนบริการแพทย์ทางไกล รวมถึงโครงการ “Signal Reach” ในประเทศเอธิโอเปีย ที่ช่วยสร้างสถานีเครือข่ายในชนบทจำนวน 152 แห่ง ทำให้ประชาชนกว่า 1 ล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และบริการดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านบุคลากร บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะพนักงานในยุค AI โดยในปี 2025 พนักงานทุกคนได้รับการฝึกอบรมครบ 100% พร้อมมีโครงการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตพนักงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังผ่านการประเมินมาตรฐาน ISO 45001 สำหรับสถานประกอบการและฐานการผลิตทั้งในจีนและอีก 30 ประเทศทั่วโลก

สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม แซดทีอี มีอาสาสมัครพนักงานมากกว่า 20,000 คน และดำเนินโครงการเพื่อชุมชนมากกว่า 600 โครงการ ในกว่า 40 ประเทศ เช่น จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, สเปน, แอฟริกาใต้ และเอธิโอเปีย ครอบคลุมด้านการศึกษา, การแพทย์, สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน ช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคน

ZTE

ยกระดับธรรมาภิบาล และความปลอดภัยข้อมูล

แซดทีอี เดินหน้าพัฒนาระบบธรรมาภิบาลด้านความยั่งยืน เพื่อรองรับความเสี่ยง และความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยในปี 2025 บริษัทยังคงได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22301:2019 ด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ครอบคลุมฐานการผลิต 5 แห่ง และศูนย์วิจัยหลัก พร้อมสนับสนุนให้ซัพพลายเออร์รายสำคัญ

พัฒนาระบบ BCM ทั้งนี้ แซดทีอี ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 37001 ด้านการต่อต้านการติดสินบน ครอบคลุมบริษัทในเครือ และสาขาใน 38 ประเทศสำคัญ พร้อมเปิดตัว “Cross-Border Data Compliance Service Platform” เพื่อช่วยองค์กรรับมือข้อกำหนดด้านข้อมูลระหว่างประเทศแบบครบวงจร

ยิ่งไปกว่านั้น แซดทีอี ยังรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยข้อมูล ISO/IEC 27001 และ ISO/IEC 27701 อย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยแพร่เอกสาร ZTE Privacy Protection White Paper ฉบับล่าสุด และได้รับการรับรอง ePrivacyseal Global จากสหภาพยุโรป

สำหรับผลิตภัณฑ์เครือข่ายและมัลติมีเดียหลัก 5 รายการ ผลงานด้าน ESG ของ แซดทีอี ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในปี 2025 บริษัทได้รับการประเมินจาก Sustainalytics ให้อยู่ในระดับ “Low ESG Risk” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ได้รับการจัดอันดับใน Fortune China ESG Impact List ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

และได้รับรางวัล “Excellence in Practice Award” จาก ATD ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมถึงได้รับเลือกให้อยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook (China Edition) 2025 อีกครั้ง

ZTE

นอกจากนี้ แซดทีอี ยังได้รับการจัดอันดับใน “2025 China’s Top 100 Overseas Brands Index” และได้รับการยกย่องให้เป็นกรณีศึกษาด้าน ESG ใน “2025 China Corporate ESG Blue Book” รวมถึงได้รับรางวัล “ESG Communication Influence Pioneer” จาก Phoenix TV

ในอนาคต แซดทีอี จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) พร้อมสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทุกภาคส่วน และร่วมผลักดันโลกสู่อนาคตที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฉลาดล้ำ และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay