AWS ตั้งเป้าขยายทีม พาทเนอร์ และบริการ Cloud รองรับการ Transformation

AWS

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ตั้งเป้าขยายทีม พาทเนอร์ และบริการ Cloud รองรับการ Transformation ขององค์กร…

AWS เผย 3 กลยุทธ์ ตั้งเป้าขยายทีม พาทเนอร์ และบริการ Cloud รองรับการ Transformation สู่ Digital

AWS
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ประเทศไทย

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ประเทศไทย กล่าวว่า ในปีนี้ ธุรกิจคลาวด์ของ Amazon ทั่วโลกเติบโตขึ้นกว่า 36.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในไตรมาสแรก ซึ่งเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีรายได้จากการดำเนินงานที่ 6.52 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้นเกือบ 57%

ซึ่งเป็นผลจากการที่องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่เร่งปรับตัวสู่ดิจิทัล เพื่อตอบสนองต่อเเนวโน้มดังกล่าว อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส จึงวาง 3 กลยุทธ์ โดยเน้นในการเพิ่ม และพัฒนาทีมงาน พาร์ทเนอร์ และบริการด้านคลาวด์ในไทย เพื่อตอบโจทย์องค์กรในการเตรียมพร้อมรับมือ Digital Transformation และมุ่งมั่นลงทุนระยะยาวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

3 กลยุทธ์ เพิ่มหลากหลาย พร้อมรองรับต้องการในไทย

สร้างทีมงานที่หลากหลายในประเทศไทยเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกขนาด และประเภทอุตสาหกรรม เราขยายทีมที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นด้านการขาย ด้านเทคนิค การบริการระดับมืออาชีพ และ Solution Architect รวมถึงทีม Digital Native Business (DNB) ที่0tถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้ากลุ่มยูนิคอร์น (Unicorn Start up) ที่กำลังเติบโตในประเทศไทย

สร้างความแข็งแกร่งในด้านความร่วมมือกับคู่ค้าใน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส พาทเนอร์ เน็ตเวิร์ค อาทิ SiS Distribution (SiS) ผู้จัดจำหน่ายไอทีมูลค่าเพิ่มชั้นนำของประเทศไทยที่ให้บริการพันธมิตรกว่า 7,000 ราย เข้าร่วม อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Distribution Program

ในฐานะผู้จัดจำหน่าย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ในเดือนตุลาคม 2564 SiS เป็นผู้จัดจำหน่าย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส รายแรกในประเทศไทยสำหรับกลุ่มการค้าของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางดิจิทัลโดยการให้บริการของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส กับฐานที่ขยายตัวของคู่ค้าในไทย

เร่งการเปลี่ยนแปลงจากผู้จำหน่ายไอทีแบบเดิมเป็นคู่ค้าที่ปรึกษาด้านคลาวด์ นอกจากนี้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ยังทำงานร่วมกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระในประเทศไทยผ่าน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ISV Accelerate Program

ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการขายร่วมสำหรับองค์กรที่ให้บริการโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ทำงานหรือผสานรวมกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส โปรแกรมนี้ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ขับเคลื่อนธุรกิจใหม่และเร่งวงจรการขายโดยเชื่อมต่อ ISV กับฝ่ายขายของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

สร้างเวที Technology simplification วิวัฒนาการของเทคโนโลยี

Stage 1 : Secured cloud infrastructure : อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ทำงานร่วมกับลูกค้าที่อยากนำระบบคลาวด์มาใช้ โดยเน้นที่การมอบแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของด้านสถาปัตยกรรม (AWS Well-Architected Framework) และมีความปลอดภัย

ช่วยองค์กรต่าง ๆ ย้ายโครงสร้างพื้นฐานจาก onpremise มาสู่คลาวด์ ในปัจจุบัน องค์กรส่วนใหญ่ทั่วโลกยังใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบ onpremise และ hybrid มีการใช้จ่ายเพียงประมาณ 5% เท่านั้นที่อยู่บนคลาวด์

AWS
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ประเทศไทย

Stage 2 : Modernization : เมื่อลูกค้าได้ใช้ระบบคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มาซัก 2-3 ปี และวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น เช่น AI และ ML ด้วยทีมงาน Solution Architect ในประเทศไทย จะทำงานร่วมกับฝ่ายขายอย่างใกล้ชิด เพื่อตอบโจทย์ความต้องของลูกค้าและช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในเทคโนโลยีขั้นสูงและเริ่มนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น เช่น

  • Amazon Personalize : ทำให้การสร้างแอปพลิเคชันของนักพัฒนานั้นง่ายขึ้น สามารถมอบประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายและเหมาะกับลูกค้าแต่ละราย รวมถึงให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การจัดอันดับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และการตลาดที่กำหนดเองได้
  • Amazon Forecast : บริการที่ใช้ ML เต็มรูปแบบในการนำเสนอการคาดการณ์ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับธุรกิจ
  • AWS Rekognition : บริการวิเคราะห์ภาพด้วย ML สามารถทำการวิเคราะห์รูปภาพและวิดีโอในจำนวนนับล้านภายในไม่กี่นาทีด้วย AI

ซึ่งในส่วนนี้มี บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) เป็นตัวอย่างบริษัทที่ได้นำเทคโนโลยี AI และ ML มาใช้เพื่อทำการตรวจสอบรถยนต์แบบเรียลไทม์ และแม่นยำอย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว ช่วยให้การเคลมประกันสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าการประกันภัยแบบเดิมถึง 10 เท่า และยังช่วยในการลดต้นทุน ทำให้สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Stage 3 : Intelligent services and sustainability : เตรียมความพร้อมลูกค้าสู่ความยั่งยืน ตามโมเดล BioCircularGreen Economic (BCG) ที่ได้รับการยอมรับจากงานวิจัย และรัฐบาลไทยได้ส่งเสริมให้เป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่มีความครอบคลุมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ BCG ยังนำข้อได้เปรียบในด้านความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรมมาใช้ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ในปัจจุบันบางบริการของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส อยู่ระหว่างการพัฒนาให้รองรับภาษาไทย และรองรับอุตสาหกรรมที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

เช่น ด้านการแพทย์ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งมอบทั้งความสะดวกสบายแก่องค์กรที่ใช้และความอัจฉริยะของเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน

สนับสนุนลูกค้า และคู่ค้าในไทย ทั้งในระยะใกล้ และระยะยาว

AWS

โดยภายในเดือนมีนาคม 2565 ที่จะถึงนี้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ได้เตรียมเพิ่มบริการใหม่ที่มีชื่อว่า อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Local Zone ในกรุงเทพฯ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Local Zone ดังกล่าวเป็นการต่อยอดบริการด้านการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ Edge กับ Cloud ที่มีให้บริการในประเทศไทยก่อนหน้านี้

ซึ่งได้แก่ Amazon Cloudfront และ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Outposts อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Local Zone แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Local Zone ที่มีอยู่แล้ว 16 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาและอีก 32 แห่ง

ที่วางแผนจะเปิดตัวใน 25 ประเทศทั่วโลกเริ่มในปี 2565 ซึ่งมอบประสิทธิภาพ latency ในหลักหน่วยของมิลลิวินาที (single-digit millisecond) ที่ Edge ของคลาวด์ให้กับผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

เร่งการนำระบบคลาวด์ของ AWS ใช้กับการกระจายประเภทของปริมาณงานบนคลาวด์

AWS

ที่ผ่านมา อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ได้ทำงานร่วมกับบริษัทฯ ชั้นนำต่าง ๆ ในประเทศไทยเพื่อโยกย้ายส่วนงานต่าง ๆ สู่คลาวด์ อาทิ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ให้ใช้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ โดยได้เริ่มต้นตั้งแต่ในปีพ.ศ. 2559-2560 บริษัทค่อย ๆ ย้ายแอปพลิเคชันไปยังระบบคลาวด์ ซึ่งส่งผลให้มีปริมาณงานจำนวนมากในปีพ.ศ. 2563 ระบบคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ช่วยปรับปรุงในสามด้านหลัก ได้แก่ ประสบการณ์ลูกค้า ระบบอัตโนมัติ และข้อมูล และการวิเคราะห์

เรายังร่วมกับ กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCG) เพื่อสร้างนวัตกรรม เรากําลังทํางานร่วมกับ SCG Ceramics และ SCG Packing ในการย้าย SAP มายัง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส นอกจากนี้ เรายังทํางานร่วมกับเอสซีจี ซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง

เพื่อเปิดตัวโซลูชั่นสมาร์ทโฮมโดยใช้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส IoT Greengrass นอกจากนี้ เอสซีจียังใช้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส สําหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น NocNoc.com, bigthailand.com และ qchang.com

ขณะที่ในส่นของอุตสาหกรรมพลังงาน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ได้ทำงานร่วมกับ กลุ่มบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ย้ายแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ของกลุ่มไปยังระบบคลาวด์ หลังจากใช้งานศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิมมานานกว่าหลายสิบปี อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

โดย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส แนะนำ DailiTech ที่เป็น อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส พาทเนอร์ เข้าไปช่วยโยกย้ายข้อมูล และการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบัน GPSC สามารถลดต้นทุนในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และใบอนุญาตได้ถึง 2025%

AWS
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ประเทศไทย

นอกจากนี้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ยังได้ทำงานร่วมกับ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย (Thai Credit Retail Bank: TCRB) สามารถมอบบริการทางการเงินที่ทั่วถึงสำหรับไมโครไฟแนนซ์ และกลุ่มไมโคร SME โดยธนาคารได้ เปิดตัวแพลตฟอร์มธนาคารแบบเปิดที่ขับเคลื่อนด้วย API บน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

ซึ่งช่วยให้ลูกค้าใช้ระบบดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ ธนาคารใช้บริการต่าง ๆ ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ได้แก่ Amazon RDS, อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส CloudWatch และ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Lambda ร่วมกับเทคโนโลยีไร้เซิร์ฟเวอร์

เพื่อขับเคลื่อนบริการไมโครเซอร์วิสของธนาคารทางอินเทอร์เน็ต และระบบสนับสนุน สถาปัตยกรรม อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส แบบไร้เซิร์ฟเวอร์ช่วยให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นสูง ลดงานในด้านการบำรุงรักษาลง ในขณะที่ช่วยให้ธนาคารบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่แตกต่าง

หนุน SME และ SMB ใช้ AWS Cloud เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัล

อย่างที่ทราบกันดีว่า SMB เป็นรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการจ้างงานมากกว่า 80% ของแรงงานในภูมิภาคและมีส่วนขับเคลื่อน GDP ของภูมิภาคได้มากกว่า 50% เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับ SMB ในการเพิ่มศักยภาพในด้านดิจิทัลของกลุ่มธุรกิจนี้ การประมวลผลบนคลาวด์ช่วยลดอุปสรรคทางด้านเทคโนโลยี เช่น ความสามารถในการเข้าถึงและต้นทุน

เห็นได้จากการเติบโตของการใช้คลาวด์ของกลุ่ม SMB ในประเทศแถบอาเซียน จากการสำรวจของ IDC ในหัวข้อ SMB Cloud Trends in Asia/Pacific (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) พบว่าการลงทุนใช้งานระบบคลาวด์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่ม SMB โดยมากกว่า 80% ของ SMB คาดว่าจะเพิ่มการใช้งานระบบคลาวด์มากขึ้นในอนาคตอันใกล้

AWS

ดร.เวอร์เนอร์ โวเกิลส์ รองประธาน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Amazon.com เผย 8 เทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่สำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของพวกเรา ว่าเราคาดหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ SMB ในการเริ่มใช้เทคโนโลยีคลาวด์ขั้นสูง เพื่อเข้าถึงลูกค้า

และขับเคลื่อนโดยประสบการณ์ที่ SMB ส่วนใหญ่เผชิญในปีที่ผ่านมา ซึ่งการนำธุรกิจให้พ้นวิกฤตขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เราคาดว่าจะได้เห็นเทคโนโลยีขั้นสูง และผู้ให้บริการสำหรับ SMB ที่มากขึ้น ช่วยให้ SMB ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การสร้าง ฝึกอบรมแชทบอทเพื่อช่วยตอบคำถามที่พบบ่อย

ไปจนถึงทำให้ระบบ CRM พร้อมใช้งานภายในไม่กี่นาที SMB สามารถใช้ผลประโยชน์จากสถาปัตยกรรม และแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนา คลาวด์ทำให้ SMB หลายพันรายทั่วทั้งอาเซียนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

ซึ่ง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ทำงานร่วมกับ AMPOS ซึ่งเป็น SMB ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี HR เพื่อติดตามแนวโน้มการจัดการผู้มีทักษะ AMPOS ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ผลิต ร้านอาหาร ธุรกิจค้าปลีกในการปรับปรุงการจัดการหรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

โดย AMPOS มีความเชียวชาญด้านเทคโนโลยีคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส และเป็นคู่ค้าด้านเทคโนโลยี APN Select Tier อย่างเป็นทางการของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

ล่าสุดทาง Farmbook เองก็ใช้พลังของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ เพื่อค้นหาสิ่งที่สมาชิกต้องการในยุค Agriculture 4.0 ทำให้พวกเขาสามารถใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ เช่น แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวมถึงการจัดพื้นที่เพาะปลูก การใช้ทฤษฎีหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ การบันทึกการทำงาน

การทำบัญชีสำหรับการประเมินทางการเงิน การหมุนเวียนผลิตภัณฑ์ในชุมชน หรือการเพิ่มช่องทางการขายเพื่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีทางด้าน ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และการสำรวจระยะไกล อากาศยานไร้คนขับ Deep Learning ระบบบัญชี และ IoT มาใช้

หรือ Hytexts คือ สตาร์ทอัพของไทยที่สร้างแพลตฟอร์มห้องสมุดออนไลน์ขับเคลื่อนโดย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ บริษัทได้เลือกบริการคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ที่มีความสามารถในการปรับขนาด และความเสถียรเพื่อมอบรูปแบบบริการที่ครอบคลุม ในการสร้าง elibrary แอปพลิเคชันที่เข้าถึงได้ ใช้งานง่าย และน่าสนใจ

หนุนสตาร์ทอัพสร้างการเติบโตสู้ระดับโลก

ขณะที่กลุ่ม สตาร์ทอัพ และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เองก็มีความภูมิใจในประสบการณ์อันยาวนานในการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ และบทบาทของเราที่ช่วยให้สตาร์ทอัพของไทยเติบโต และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ได้แก่

Bitkub เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีทั้งหมดของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับขนาด ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และลดต้นทุน

Pomelo เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ใช้ Amazon Personalize เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพข้อเสนอสำหรับลูกค้าทางออนไลน์ ส่งผลให้จำนวนคลิกเพิ่มขึ้น 60% ซึ่งนําไปสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้น 15%

Omise เป็นผู้นำในภาค FinTech ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการการชำระเงินเกตเวย์แก่ร้านค้า ตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยในปี 2556 บริษัทได้ขยายไปยังประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ได้แก่ Application Programming Interface (API) สำหรับการประมวลผลบัตรเดบิตและบัตรเครดิต

และนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรวมถึงการชำระเงินด้วย PayNow QR บนมือถือในสิงคโปร์ พร้อมเพย์ในประเทศไทย และการชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ตั้งแต่ย้ายมายัง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ กระบวนการจัดการการปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทก็กลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

Omise ต้องดำเนินการตรวจสอบประจำปีตามที่รัฐบาลและธนาคารในแต่ละประเทศที่ดำเนินการกำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำได้รวดเร็วขึ้นด้วยระบบเอกสารที่พร้อมใช้งาน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Artifact ด้วยการเลือก อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์เพียงรายเดียว

บริษัทสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ไปยังประเทศใดก็ได้ โดยปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS)

Amity เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการสื่อสารที่ให้บริการทั่วโลก และใช้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เพื่อเปลี่ยนสู่การเป็นแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมทางโซเชียลมีเดียที่ครอบคลุม และขับเคลื่อนการขยายตัวของบริษัท โดยโควิด-19 ช่วยให้องค์กรเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ และสร้างชุมชนดิจิทัลผ่าน Amity Social Cloud ที่ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ

สามารถผสานรวมคุณสมบัติของโซเชียลมีเดียเข้ากับแอป และเว็บไซต์ขององค์กรได้โดยใช้โค้ดเพียงไม่กี่บรรทัด ทำให้ลูกค้า และผู้ใช้รายเดือนที่มากกว่า 10 ล้านคน สามารถส่งข้อความได้หลายพันล้านข้อความ

โดยในปี 2563 องค์กรต่าง ๆ มีความต้องการใช้บริการของ Amity เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ในการผสานรวมฟีเจอร์โซเชียลมีเดียเพื่อดึงดูดลูกค้า ผู้ใช้ และพนักงานให้ดีขึ้น

2C2P เป็นบริการชําระเงินชั้นนําของอาเซียนตะวันออกเฉียงใต้ในรูปแบบ B2B2C ที่ให้บริการร้านค้าอีคอมเมิร์ซ และสายการบิน ช่วยให้สามารถชําระเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เพิ่มเติมจากช่องทางธนาคาร เช่น ตู้เอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ

การย้ายข้อมูลของ 2C2P ไปยัง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ ช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานของระบบได้ถึง 99.999% โดยมีการประมวลผลธุรกรรมหลายหมื่นรายการทุกวันบน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส การใช้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ช่วยให้ 2C2P สร้างสรรค์บริการการชำระเงินที่หลากหลายสำหรับบุคคลทั่วไป

ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทําให้โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์อัตโนมัติ เพื่อรองรับช่วงเวลาโปรโมชั่นของผู้ค้าที่มีความต้องการใช้งานสูง ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการมีพนักงานที่ต้องคอยดูแลระบบ

AWS

ขยายพันธมิตรเพื่อสร้างที่ขับเคลื่อน

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มองว่าคู่ค้าคือส่วนขยายของทีม และเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาชุมชนคู่ค้าที่มีความหลากหลายทั้งในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการที่องค์กรเทคโนโลยี และที่ปรึกษาของอาเซียนเปิดรับระบบคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส และอัตราการสร้างที่ขับเคลื่อนโดยลูกค้าซึ่งเกิดขึ้นในชุมชนคู่ค้าของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

การสร้าง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส พาทเนอร์ เน็ตเวิร์ค (APN) จะช่วยให้บริษัทไทยประสบความสําเร็จในการสร้างธุรกิจบนระบบคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส โดยให้การสนับสนุนด้านเทคนิค และการตลาดที่สำคัญ ทําให้ลูกค้าเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และช่วยให้พวกเขามุ่งเน้นที่การมีส่วนร่วมของลูกค้า

โดยผ่านคู่ค้าของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เช่น MFEC, NTT (ประเทศไทย), True Internet Data Center (True IDC) และ Dailitech สร้างโซลูชันระบบคลาวด์แบบครบวงจรที่สามารถยกระดับธุรกิจและช่วยลูกค้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงบน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ ได้

ในประเทศไทย และทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลูกค้าเช่น GPSC, aCommerce, Central Group, TISCO Bank และอื่น ๆ อีกมากมายประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จาก อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส พาทเนอร์ เพื่อตระหนักถึงลำดับความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบคลาวด์

โดยปัจจุบันเรากำลังขยายาระบบนิเวศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดย 90% ของบริษัทที่อยู่ใน Fortune 100 และบริษัทส่วนใหญ่ที่อยู่ใน Fortune 500 ใช้โซลูชัน และบริการของคู่ค้าใน APN

ขณะนี้เรามี Partner Competencies 20 รายในอาเซียน ที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น SAP, Data and Analytics, DevOps และ Microsoft Workloads ผ่าน AWS Competency Program

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงานร่วมกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

คู่ค้าของเราได้รับประโยชน์จากการทำงานร่วมกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส อย่างไร ตัวอย่างหนึ่งคือ เงินติดล้อ ผู้นําด้านสินเชื่อรถยนต์เพื่อเงินสดและประกันวินาศภัยในประเทศไทย ได้มอบหมายให้ True IDC เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีผ่านกลยุทธ์ Cloud Transformation

เพื่อสนับสนุนฟังก์ชันการทํางานและการเติบโตทางออนไลน์ เงินติดล้อตัดสินใจย้ายเว็บไซต์ทั้งหมดไปยัง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ เพื่อความยืดหยุ่น ความต่อเนื่อง และความพร้อมในการขยายระบบ เงินติดล้อใช้โมเดล อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Landing Zone

เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเว็บไซต์ใหม่ และรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้ทีมสร้าง และเสนอโปรโมชันได้โดยไม่หยุดชะงัก บริษัทยังเสนอเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับบริการสินเชื่อ และประกันภัย และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

สร้างความยั่งยืนจากการใช้คลาวด์ ด้วยพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2568

นอกจากการช่วยเหลือลูกค้าให้ประสบความสำเร็จแล้ว ระบบคลาวด์ยังช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ลดผลกระทบที่องค์กรมีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ผลการสำรวจของบริษัทวิจัย 451 Research พบว่าโครงสร้างพื้นฐานของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากกว่าค่าเฉลี่ยของศูนย์ข้อมูลที่ทำการสำรวจถึง 3.6 เท่า

เมื่อพิจารณาถึงความเข้มข้นของคาร์บอนของไฟฟ้าที่ใช้ และการซื้อพลังงานหมุนเวียน พบว่า อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 88% เมื่อเทียบกับปริมาณงานเดียวกัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เปิดตัว อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส Customer Carbon Footprint Tool

ที่ช่วยให้ลูกค้าคำนวณ และเห็นภาพการปล่อยคาร์บอนของบริษัทได้ง่ายขึ้น โดยสามารถคำนวณค่าประมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่โดยใช้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส แทนศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร และช่วยคาดการณ์ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไปตามการใช้งานในปัจจุบัน

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนและสร้างอนาคตที่ดี โดยในปี 2562 Amazon ได้ร่วมก่อตั้ง The Climate Pledge ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2583 หรือเร็วกว่าข้อตกลงปารีสถึง 10 ปี ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีธุรกิจมากกว่า 300 แห่ง ใน 51 อุตสาหกรรม ใน 29 ประเทศได้ร่วมลงนาม

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส พร้อมที่ช่วยลูกค้าจากทุกอุตสาหกรรมที่กำลังสร้างอยู่บนระบบคลาวด์ ให้สร้างสรรค์ เร่งการเติบโต และปรับขนาดโซลูชันที่ส่งผลต่อความยั่งยืน ลูกค้าสามารถใช้บริการของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เพื่อนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ และจัดการข้อมูลอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างโซลูชัน

ตั้งแต่การติดตามคาร์บอนไปจนถึงการอนุรักษ์พลังงานและการลดของเสีย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ให้บริการที่หลากหลายและซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, IoT, การวิเคราะห์ข้อมูล และการประมวลผล เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน

สร้างระบบคลาวด์สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น 

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส สั่งสมความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพที่ไม่มีใครเทียบได้ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส WellArchitected Framework ได้ช่วยเหลือลูกค้า และคู่ค้าของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ในการปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์เพื่อความสามารถในการปรับขนาด ความเสถียร และความปลอดภัย ที่สามารถครอบ 3 ด้าน ได้แก่

Scalability : ความต้องการที่เพิ่มขึ้น และจ่ายตามการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ช่วยให้องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ขยายขนาดขึ้น และลง และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) องค์กรขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพ และภาครัฐที่นำระบบคลาวด์มาใช้แล้วนั้น

จะมีความพร้อมในการรับมือ และแก้ปัญหาได้ ในประเทศไทยคลาวด์คอมพิวติ้งสามารถเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในนโยบายประเทศไทย 4.0

ไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศ ความต้องการใช้คลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทยนั้นได้รับแรงผลักดันจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูง และบริษัทต่างๆ ที่ปรับตัวเข้ากับบรรทัดฐานทางธุรกิจใหม่ของการทำงานเสมือนจริง

 

ยกตัวอย่างธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการศึกษา เช่น บริษัท Vonder ในประเทศไทย ที่สร้างเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนสามารถมีส่วนร่วมมากขึ้นแต่ต้องใช้งานได้ง่าย แม้กระทั่งกับผู้เรียนที่ไม่พยายามมีส่วนร่วมในห้องเรียนเอาเสียเลย ปรากฎว่าเกมการเรียนรู้ที่เป็นการแยกย่อยเนื้อหา (micro learning) ของ Vonder ได้รับความนิยม

ในทันที จนสามารถขยายฐานผู้ใช้งานมากถึง 50,000 คน ภายในเวลา 3 เดือน และเรียนวิชาต่าง ๆ ครบจบไปแล้วถึง 500,000 บทเรียน โดยวิชาพื้นฐานเหล่านี้ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการศึกษาอีกราย คือ OpenDurian

ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการจัดทำเนื้อหาสำหรับเตรียมสอบออนไลน์ และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับนักเรียน และผู้เรียนต่อเนื่องทั่วประเทศ ได้สร้างแพลตฟอร์มของการเรียน และการเตรียมการทดสอบที่รองรับผู้ใช้ได้ถึง 4 ล้านคนทั่วไทย ในส่วนของรัฐบาลเองก็สามารถเป็นผู้นำในการนำระบบคลาวด์มาใช้ และยังสามารถสนับสนุนระบบนิเวศทางธุรกิจของธุรกิจ

สตาร์ทอัพได้โดยการออกนโยบายต่าง ๆ รวมถึงนโยบายเฉพาะภาคส่วน เพื่อช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ได้อย่างเต็มที่ เช่น การอนุญาตให้มีการไหลของข้อมูลข้ามพรมแดน  (cross border flow) สามารถช่วยให้ธุรกิจสตาร์ทอัพและธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางขยายขนาดธุรกรรมและต่อยอดธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมไปทั่วโลก

จากรายงานประจำปีพ.ศ. 2564 ของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม พบว่าการสนับสนุนให้เกิดการไหลของข้อมูลข้ามพรมแดนสามารถเพิ่มพูนผลิตภาพ (productivity) การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการค้าได้ รวมถึงการพัฒนานโยบายที่อนุญาตให้ใช้บริการคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ และส่งเสริมการค้าดิจิทัลในภูมิภาค จึงจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างแท้จริง

AWS

Reliability : อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มีความน่าเชื่อถือ และความเป็นมาที่ยาวนานกว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายอื่น ๆ เป็นผู้นำด้านความน่าเชื่อถือที่นับได้ว่าเป็นความสำเร็จด้านวิศวกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน เราเข้าใจดีว่าบริการของเรามีความสำคัญต่อลูกค้า และผู้ใช้มากเพียงใด และเราจะไม่หยุดพัฒนาจนกว่าลูกค้าจะแยกไม่ออกระหว่างประสิทธิภาพของบริการ และความสมบูรณ์แบบ

Security : ความปลอดภัยคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดเสมอ สภาพแวดล้อมของการประมวลผลบนระบบคลาวด์ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น และปลอดภัยมากที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานหลักของเราตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัย

ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร ธนาคารทั่วโลก และองค์กรที่ต้องมีการป้องกันความเสี่ยงสูง ซึ่ง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยในการสร้าง และให้บริการในแต่ละภูมิภาค ดังนั้น ลูกค้าทั้งหมดของเราใช้งานระบบคลาวด์เดียวกันกับที่ให้บริการ และได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยมากพอ

สำหรับปริมาณงานที่ต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุด อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ใช้ชุดเครื่องมือรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ที่ซับซ้อน ด้วยบริการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการกำกับดูแลมากกว่า 230 รายการ

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มีโมเดลความรับผิดชอบร่วมกันกับลูกค้า (shared responsibility model) โดยที่ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส จะเป็นผู้ดำเนินการ จัดการ และควบคุมคอมโพเนนต์จากระบบการปฏิบัติการโฮสต์ และการแสดงข้อมูลที่ในระดับที่ลึกถึงระบบรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ

ของสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีการใช้บริการนี้อยู่ ลูกค้ามีความรับผิดชอบในการสร้างแอปพลิเคชันที่ปลอดภัย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มีเอกสารแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เครื่องมือเข้ารหัส และคำแนะนำอื่น ๆ มากมายที่ลูกค้าของสามารถใช้ในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน

 

นอกจากนี้ คู่ค้าของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ยังมีเครื่องมือ และฟีเจอร์หลายร้อยรายการที่จะช่วยให้ลูกค้ากำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย การจัดการการตั้งค่า การควบคุมการเข้าถึง และการเข้ารหัสข้อมูล

ที่ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส การรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของเรา และเราเชื่อว่าการที่ลูกค้าเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยของการใช้คลาวด์มาตรฐานระดับโลกที่คอยตรวจสอบระบบของเราทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้า ลูกค้าจะเป็นเจ้าของ และควบคุมข้อมูลของตน รวมถึงกำหนดที่จัดเก็บ วิธีการจัดเก็บ ตลอดจนผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในประเทศไทยเพื่อช่วยให้มีหลักปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยบนคลาวด์ของตนให้เหมาะสม

โดยเริ่มจากการให้ความรู้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับรูปแบบความรับผิดชอบร่วมกัน ของการรักษาความปลอดภัย (shared responsibility model) อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส มีหน้าที่ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่ดำเนินการบริการทั้งหมดบน อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส คลาวด์ ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการข้อมูลของตนเอง

รวมถึงวิธีเลือกการเข้ารหัส (encryption) การจัดประเภทความสำคัญของข้อมูล และใช้เครื่องมือจัดการสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรและบริการอย่างปลอดภัย (Identity Access Management: IAM) เพื่อคำขออนุญาตใช้สิทธิ์ที่เหมาะสม โปรแกรมการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ AWS (AWS Compliance Program)

ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจการควบคุมที่มีประสิทธิภาพที่ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เพื่อรักษาความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดในระบบคลาวด์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าในประเทศไทยสามารถมีมาตรฐานความปลอดภัยที่รองรับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 The Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019) (PDPA) ได้อีกด้วย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th