Kaspersky ยัน ผู้ใช้ออนไลน์ไม่ตรวจสอบโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของธุรกิจก่อนซื้อ

Kaspersky

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ยืนยัน ผู้ใช้ออนไลน์ใน APAC มีบัญชีโซเชียลที่ไม่ระบุตัวตน และไม่ตรวจสอบโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของธุรกิจก่อนซื้อ…

Kaspersky ยัน ผู้ใช้ออนไลน์ไม่ตรวจสอบโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของธุรกิจก่อนซื้อ

คุณมีบัญชีออนไลน์นิรนามหรือไม่ ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยแคสเปอร์สกี้ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกยืนยันว่าคุณไม่ได้มีบัญชีนิรนามคนเดียว โดยผู้ใช้ออนไลน์จำนวนมากกว่า 3 ใน 10 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

ยอมรับว่ามีโปรไฟล์โซเชียลมีเดียโดยไม่ใช้ชื่อจริง ภาพถ่ายจริง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ (personally identifiable information หรือ PII) งานวิจัย Digital Reputation จัดทำขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,240 คนจากภูมิภาคนี้ แสดงให้เห็นว่าอำนาจของการไม่เปิดเผยตัวตนถูกใช้มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 35% ตามด้วยเอเชียใต้ 28% และออสเตรเลียที่ 20%

Kaspersky

แพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ออนไลน์ต้องการรักษาตัวตนมากที่สุดคือ Facebook (70%), YouTube (37%), Instagram (33%) และ Twitter (25%) ทั้งนี้ความรู้สึกแวบแรกเรื่องการใช้ โปรไฟล์ไร้ชื่อ และไร้ใบหน้า นั้นมีสองแง่มุม ผลการสำรวจเผยให้เห็นว่า

ข้อมูลนิรนามทำให้ผู้ใช้ออนไลน์แต่ละคนสามารถไขว่คว้าสิ่งต่าง ๆ ตามความสนใจของตน รวมถึงการพูด และแสดงความคิดเห็นอย่างได้เสรี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการทำกิจกรรมที่มุ่งร้าย และเป็นอันตรายได้เช่นกัน โดย ผู้เข้าสำรวจเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) ระบุว่ามีบัญชีที่ไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อใช้เสรีภาพในการพูด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ในขณะที่ 48% ต้องการที่จะดื่มด่ำกับสิ่งที่ชอบอย่างลับ ๆ ที่ไม่อยากให้เพื่อนรู้

ผู้เข้าสำรวจจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 (34%) ยังใช้บัญชีนิรนามเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับใครบางคน หรือข่าวออนไลน์โดยไม่ใช้ตัวตนจริง แม้ว่าผู้ใช้ 30% จะใช้บัญชีโซเชียลมีเดียที่ไม่ระบุชื่อสำหรับกิจกรรมที่ไม่เป็นอันตรายในการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินที่ชื่นชอบ และความสนใจต่าง ๆ แต่ก็ยังพบว่าผู้ใช้ 22% มีส่วนร่วมในการสะกดรอยทางออนไลน์ด้วย

มีผู้ใช้เพียงส่วนน้อย (3%) ที่ระบุว่าใช้บัญชีไม่ระบุตัวตนเพื่อเบี่ยงเบนอีเมลสแปมจากบัญชีจริง หลีกเลี่ยงการโดนเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหาย (หรือ doxing) รวมถึงการใช้บัญชีนิรนามเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับวัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น การเล่นเกม และการป้องกันไม่ให้หน่วยงานภายนอกเข้าถึงบัญชีอีเมลจริงของตน

ประเด็นสำคัญของการค้นพบนี้คือผู้บริโภคใน APAC เริ่มตระหนักถึงชื่อเสียงที่สร้างขึ้นทางออนไลน์ และความสำคัญต่อชีวิตจริงของตนมากขึ้น จากพื้นฐานดังกล่าวจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 49% จะตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียของแบรนด์ หรือบริษัทก่อนที่จะซื้อสินค้า หรือบริการ

Kaspersky

ประเด็นที่น่าสังเกตสำหรับธุรกิจ คือผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากกว่าครึ่ง (51%) เน้นย้ำถึงความสำคัญของชื่อเสียงทางออนไลน์ของบริษัท เกือบ 5 ใน 10 คน (48%) ยืนยันว่าตนได้หลีกเลี่ยงบริษัทที่มีเรื่องอื้อฉาวหรือได้รับข่าวเชิงลบทางออนไลน์

นอกจากนี้ 38% ยังเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทหรือแบรนด์ที่เข้าไปพัวพันกับวิกฤตบางอย่างทางออนไลน์ เกือบครึ่งหนึ่ง (41%) ยังเปิดเผยด้วยว่าชื่อเสียงของผู้รับรองแบรนด์มีผลต่อมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์

เมื่อถามถึงความโปร่งใสของแบรนด์บนเพจออนไลน์ ผู้ใช้ใน APAC จำนวน 50% คิดว่าบริษัทต่าง ๆ ไม่ควรลบความคิดเห็นเชิงลบในบัญชีโซเชียลมีเดียของบริษัท

Kaspersky
โยว เซียง เทียง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้

โยว เซียง เทียง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า จากจุดประสงค์แรกเริ่มในการค้นหา และเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัว โซเชียลมีเดียมีการพัฒนา และจะพัฒนาต่อไปในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการเข้าสังคม และระบุตัวตนซึ่งกัน และกัน แต่ตอนนี้เรามาถึงจุดแยกบนถนนที่มีการใช้โปรไฟล์เสมือนของทั้งบุคคล และบริษัทเป็นตัวแปรในการตัดสิน

“การสำรวจล่าสุดของเรายืนยันว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเชื่อมั่นบริษัทต่าง ๆ โดยยึดจากชื่อเสียงทางออนไลน์ เหมือนกับที่พฤติกรรมของบุคคลบนโซเชียลมีเดียถูกนำมาใช้ในการกำหนดคะแนนเครดิต เพื่อคัดกรองความสามารถในการจ้างงาน และการอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอวีซ่า

จากผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริงเหล่านี้ เราต้องเรียนรู้การปรับสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเพื่อให้สามารถรักษาชื่อเสียงดิจิทัลที่สำคัญยิ่งขึ้นของเราได้” โยว กล่าว

เพื่อช่วยผู้บริโภคในการปกป้องชื่อเสียงทางออนไลน์ แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำขั้นตอนสำคัญ 5 ขั้นตอนที่เราทุกคนสามารถทำได้เพื่อให้ได้รับการปกป้องและปลอดภัยทางออนไลน์ ดังนี้

  • จำไว้ว่าชื่อเสียงดิจิทัลของคุณเชื่อมโยงกับชื่อเสียงส่วนตัวของคุณด้วย ทุกสิ่งที่โพสต์บนอินเทอร์เน็ตยังคงอยู่บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงการตัดสินที่ก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งอาจทำให้คุณต้องไปอธิบายเหตุผลในที่ทำงานหรือระหว่างกระบวนการจ้างงาน
  • เพื่อปกป้องชื่อเสียงดิจิทัล ควรระมัดระวังมากกว่าเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวเอง โดยเฉพาะในโปรไฟล์โซเชียล อย่าเปิดเผยมากเกินไป แบ่งปันเฉพาะข้อมูลพื้นฐานและจำเป็นจริงๆ ยิ่งคุณแชร์มากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งดึงดูดผู้โจมตีที่ต้องการขโมยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงตัวตนของคุณ
  • ลบบัญชี และข้อมูล-เราทุกคนมีบัญชีออนไลน์หลายสิบบัญชี ซึ่งหลายๆ บัญชีก็แทบไม่ได้ใช้หรือลืมไปแล้ว บัญชีหลายรายการที่ยังคงมีอยู่อาจทำให้ข้อมูลของคุณรั่วไหลได้
  • การป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล-หากแอปขอข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ให้ดูนโยบายความเป็นส่วนตัวซึ่งอาจระบุอย่างเปิดเผยว่าข้อมูลของคุณจะถูกส่งต่อไปยังบริษัทเธิร์ดปาร์ตี้ อย่าให้ข้อมูลแอปมากเกินความจำเป็น ควรคิดอย่างรอบคอบว่าแอปต้องการอะไรและทำอะไรได้บ้างหากไม่มี โปรดจำไว้ว่าข้อมูลใด ๆ ที่คุณส่งให้กับแอปไม่น่าจะยังคงเป็นส่วนตัวได้

Kaspersky

โซลูชั่นรวมของผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยและขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ สามารถลดภัยคุกคามและรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัยทางออนไลน์ โซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้สำหรับการป้องกันที่ครอบคลุมจากภัยคุกคามที่หลากหลายเช่น Security Cloud และ Internet Security ควบคู่ไปกับการใช้ Password Manager เพื่อจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลที่มีค่าอย่างปลอดภัย สามารถช่วยแก้ปัญหาในการควบคุมการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th