Reviews : fitbit charge 4 Fitness Tracker ดีไซน์สวย + GPS built-in พร้อมฟีเจอร์ ACTIVE ZONE

0
167
fitbit charge 4

fitbit charge 4 โฉมใหม่ กับพัฒนากาเหนือระดับ ทีี่อัพเกรดเพิ่มมากขึ้นด้วยฟีเจอร์ ACTIVE ZONE และเพิ่มเติม GPS เข้ามาไว้ให้ แต่ยังคงไว้ที่ราคาเดิม…

Reviews : fitbit charge 4 Fitness Tracker ดีไซน์สวย + GPS built-in พร้อมฟีเจอร์ ACTIVE ZONE

หลายๆคนน่าจะรู้จักแบรนด์ ฟิตบิท (fitbit) กันดีอยู่แล้ว และอย่างที่ทราบกันดีว่า ฟิตบิท นั้นโดดเด่นในเรื่องของ อุปกรณ์สวมใส่ในการออกกำลังกายมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี ๆ หนึ่ง เรามักจะเห็นแบรนด์นี้ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า โดยสิ่งที่โดดเด่นมาคือการออกแบบดีไซน์ที่นับวันก็ยิ่งจะลงตัวขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

กลับมาดูกันที่ ฟิตบิท charge 4 ที่ทาง ITDay ได้รับมาทดสอบกันบ้าง แต่ก่อนอื่นต้องบอกกันว่าตัวที่ได้รับมานั้นอยู่ในซีรี่ย์ charge ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลที่มีราคาไม่แพงมากจนเกินไป ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่ต้องการเริ่มต้นในการออกกำลังกาย และอยากมี Fitness Tracker ดี ๆ ซักเรือนเอาไว้ใช้งาน

ซึ่งแอดมิน เคยใช้ในรุ่น charge HR มาก่อนก็เลยค่อนข้างมั่นใจว่าตัว charge 4 นี้ น่าจะดีกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว แต่มันดีแค่ไหน และคุ้มค่าหรือไม่ หากจะแนะนำให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของ แล้วที่ว่าการตัวนี้ได้ builtin GPS เข้ามาเพิ่ม รวมถึงมีฟีเจอร์ที่สามารถช่วยธุรกรรมทางการเงินได้อีกด้วยนั้นจะเป็นอย่างไร ลองไปดูรีวิวกันดีกว่า

แกะกล่อง “ฟิตบิท Charge 4” 

เมื่อแกะกล่องออกเปิดดูก็จะเห็นว่าภายในกล่องนั้นมีอุปกรณ์มาให้ ประมาณ 4 ชิ้น ด้วยกัน ได้แก่

  • ตัวเรือนของ ฟิตบิท Charge 4 นั้นใส่สายมาให้ 1 คู่แล้วในตัว *สายยาว
  • สายชาร์จไฟที่่เป็นในลักษณธของตัวหัวหนีบเข้ากับตัวเรือน
  • สายสำรองอีก 1 ข้าง (ฝั่งตัวล็อค) *สายสั้น
  • คู่มือการใช้งาน

fitbit charge 4

รูปลักษณ์ และดีไซน์

จากที่ได้สัมผัส ดีไซน์ของ Charge 4 ถือว่าไม่เลวร้ายเท่าไรครับ ตัวเครื่องตรงส่วนของจอแสดงผลทำออกมาดูเรียบ ๆ บาง ๆ ส่วนด้านข้างของเครื่องฝั่งขวาไม่มีปุ่มกดใด ๆ เลย แต่อีกฝั่งซ้ายจะมีปุ่มแบบ inductive ที่แตะแล้วตัวเครื่องจะสั่นเพื่อสั่งงาน (แต่ส่วนตัวแล้วชอบมีให้ปุ่มออกมาให้กดมากกว่าครับ)

fitbit charge 4

โดยเมื่อวัดจากขนาดโดยรอบของตัวเรือนจะมีขนาดอยู่เพียง 35.8 x 22.7 x 12.5 มิลลิเมตร เท่านั้นครับ ขณะที่น้ำหนักโดยรวมถือว่าค่อนข้างเบาครับ อีกทั้งตัวสายเรือนแม้ว่าจะเป็นสายที่ถมมากับตัวเครื่องก็ใส่ได้สบายไม่รู้สึกรำคาญ และทำให้เป็นรอยสายที่ข้อมือ (ถ้าไม่รัดสายแน่นเกินไป)

fitbit charge 4

ส่วนด้านหลังจะมีมีเซ็นเซอร์ (Sensor) ตรวจวัด Heart Rate และค่าต่าง ๆ ที่ค่อนข้างแม่นยำครับ ไม่ว่าจะใช้วัดเพื่อใช้ออกกำลังกาย และวัดการนอนหลับ นอกจากนี้ด้วยเซ็นเซอร์ SpO2 ทำให้ผู้ใช้ได้สามารถอ่านกราฟ ระดับออกซิเจนในเลือด (Estimated Oxygen Variation)

เพื่อประเมินความเข้มข้นของค่าออกซิเจนในเลือด ซึ่งจะช่วยในการประเมินผลการหายใจในช่วงนอนหลับได้ ด้านตัวสายอย่างที่กล่าวไปว่าตัวเครื่องนั้นแถมสายมาให้ด้วย นั่นหมายถึง เราสามารถถอดเผื่อเปลี่ยนสายเป็นสีอื่น ๆ ได้นั่นเองครับ โดยเพียงแค่กดเบา ๆ ที่เดือย

เพื่อเปลี่ยนสายที่ด้านหลังก็สามารถถอดเปลี่ยนได้แล้ว ซึ่งตัวที่รีวิวอยู่นี้ เป็น สีดำ (Black) ครับ แต่ท่าที่ทราบมาตัวสายแบบรุ่นปกติ จะมี 2 สี หนึ่งคือ สีม่วง (Rosewood) และสีน้ำเงินเข้ม (Storm Blue) ส่วนรุ่นที่พิเศษ (Special Edition) ขึ้นมาหน่อยตัวสายจะเป็นเป็นสายผ้าสีเทาครับ แต่ราคาจะบวกไปอีก 500 บาท

fitbit charge 4

ด้านการชาร์จแบตเตอรี่ ในรุ่นนี้ให้สายชาร์จแบบหนีบมาให้ครับ ซึ่งเวลาก็จะใช้หนีบให้ตรงกับปุ่มก็สามารถชาร์จได้เลยทันที โดยข้อดีของสายชาร์จแบบหนีบนี้ ดีกว่าแบบเสียบเพราะช่วยตัวเรือนไม่ไเป็นรอย หรือช่องเสียบพังไวเกินไปเหมือนในรุ่นเก่า ๆ ครับ ประสิทธิภาพในการชาร์จถือว่าทำได้ค่อนข้างดี โดยการชาร์จ 1 ครั้งนั้นสามารถใช้งานได้นาน 7 ครับ

หน้าจอ OLED พร้อม Gorilla Glass 3 ทนทานไร้รอยข่วน

มาดูในส่วนของหน้าจอแสดงผลกันบ้าง ตัว Charge 4 นั้นแสดงผลได้เแฑาะสี ขาว-ดำ เท่านั้นครับ ไมได้เป็นจอแสดงผลแบบสี ซึ่งการใช้งานก็แค่ใช้นิ้วลากปัดตรงหน้าจอเพื่อเข้าไปดูส่วนต่าง ๆ โดยในที่นี้ตัวหน้าปัดจะแสดงรูปแบบของนาฬิกาเป็นแบบตัวเลข ซึ่งเราสามารถเข้าเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้ใน Application Fitbit ครับ

fitbit charge 4

ส่วนตัวหน้าปัดนั้นเพื่อความแข็งแรงทนทานทาง ฟิตบิท เลยใส่หน้าจอกระจกแบบ Gorilla Glass 3 มาให้ด้วย ทำให้หมดห่วงว่าจะเป็นรอยจากควาไม่ระวังของเราเอง ด้านการใช้งานหากปัดลงจะเป็นดูการเดิน เคลื่อนไหว, การดื่ม หรือ การออกกำลังกาย หรือเวลาหลับนอน การแจ้งเตือนสายเข้า หรือข้อความ อีเมล์ ซึ่งยังไม่รองรับภาษาไทย จนเป็นภาษาต่างดาว

fitbit charge 4

แต่หากปัดขึ้นจะเป็นดูพวก Notification และหากปัดขวา เป็นเมนูที่มีครบทั้งการออกกำลังกาย, ควบคุมเพลงผ่าน Spotify (เฉพาะบัญชีแบบ Premium), ตั้งเวลาปลุก, จับเวลา, ตั้งค่าเกี่ยวกับเครื่อง, ปฏิทิน, พยากรณ์อากาศครับ ขณะที่ตัวเรือนเองก็ออกแบบมาแบบไม่ให้มีช่องให้เหงื่อ หรือนำเข้าไปได้

หรือกล่าวก็คือมันสามารถกันน้ำได้นั่นเอง ขณะที่หน้าจอทัชกรีน แม้จะเป็นเพียงการแสดงผล ขาว-ดำ แต่หน้าจอก็แสดงผลได้อย่างคมชัดแม้จะอยู่กลางแดด โดดสามารถปรับแสงหน้าจอได้ 3 ระดับ แบบ Nomal, Dim และ Auto

 

fitbit charge 4

ด้านฟังก์ชั่นการเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอ Clock Face ก็สามารถเปลี่ยนได้หลายแบบ เท่าที่มีให้เลือกบนแอปพลิเคชั่น ดาวน์โหลดเพิ่มไม่ได้

fitbit charge 4

โดยจากสเปคที่ระบุมนั้นบอกเอาไว้ว่าสามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร เลยทีเดียว (แต่แอดมินยังไม่มีโอกาสไปว่ายน้ำเลยต้องของข้ามการทดสอบนี้ไปก่อน) และด้วย builtin GPS ที่เพิ่มเข้ามาทำให้โปรแกรมสามารถแสดงผลกับผ่านที่ในสมาร์ทโฟนได้หลังการออกกำลังกายเสร็จ เพราะด้วยฟีเจอร์ Active Zone Minutes

ยังทำให้ตัวเครื่องนั้นสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวทำให้เข้าโหมดออกกำลังกายได้โดยอัตโนมัติ กล่าวคือไม่จำเป็นต้องส่วมตลอด แต่ทั้งนี้ต้องเลือกกิจกรรมก่อนเท่านั้น ผู้ใช้จะยังสามารถแทรคความเร็วของการวิ่งและระยะทางได้แบบ real-time นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายได้มากกว่า 20 โหมด เช่น การเดินป่า การวิ่ง หรือเดินเร็ว ก็ยังได้

fitbit charge 4

และยังบริการเสริมที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสุขภาพและความแข็งแรงของผู้ใช้ ที่ช่วยให้คำแนะนำ การดูแล และเพิ่มแรงบันดาลใจ ด้านสุขภาพผ่าน Fitbit Premium ในแอปฯ โดยมีอัตราค่าสมาชิกอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน หรือเหมาจ่าย 2,500 บาท ต่อปี

แต่เดี่๋ยวก่อนยังไม่พอแค่นี้ Charge 4 ยังมีระบบที่สุดว๊าวอีกอันคือ ระบบจ่ายเงินผ่าน Fitbit Pay ที่อันนี้ถือว่าเหมาะกับช่วงนี้เลยเพราะเรากำลังผลักดันในคนในประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ที่นอกจากจะช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ใช้ปลอดภัยขึ้นด้วย เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาปล้น

 

fitbit charge 4

ซึ่งวิธีใช้ก็แค่เพียงแค่ผูกบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตกับแอปพลิเคชั่น ฟิตบิท โดยเวลาชำระเงินก็แค่ยื่น Charge 4 ไปใกล้ ๆ เครื่อง EDC (Electronic Data Capture) เท่านั้น ซึงปัจจุบันมีที่ให้บริการแล้วในกว่า 500 ร้านค้า ใน 44 ประเทศ และระบบขนส่งกว่า 10 แห่งทั่วโลก

สำหรับในไทย เท่าที่ทราบตอนนี้ใช้ได้กับธนาคาร กสิกร, ktc, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์ ครับ และในส่วนที่น่าสนใจคือภายในตัวแอพฯ ปัจจุบันสามารถใช้ติดตามข่าวสาร และเทคนิคการระวังตัวสถานการณ์โควิด-19 (COVID-19) ได้

fitbit charge 4

**แถมทริคเล็ก ๆ ในส่วนการควบคุม Spotify (เฉพาะบัญชีแบบ Premium) ผู้ใช้จะต้องเข้าไปตั้งค่าก่อนใช้งาน โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ เข้า App ฟิตบิท เลือกที่ Today และกดที่รูปโปรไฟล์จากนั่นให้ไปที่อุปกรณ์ซึ่งในที่นี้คือ Charge 4 และเลือก App ค้นหา Spotify และกดที่รูปวงแหวนตั้งค่า ทำการ Log In บัญชี Spotify Premium ทำตามจนตรบขั้นตอนเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยจะกดเลือกเพลง เปลี่ยนเพลง กดข้าม หรือกด Like เพลงจากข้อมือก็ทำได้เลย

สรุปสเปคคร่าว ๆ

  • เซนเซอร์ : Heart rate sensor, 3-Axis Accelerometer , Altimeter , GPS
  • หน้าจอ : OLED ขนาด 1 นิ้ว 160 x 100 ใช้งานแบบสัมผัส Gorilla Glass 3
  • ขนาดตัวเรือน : 35.8 x 22.7 x 12.5 มิลลิเมตร
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 4.0
  • ขนาด : 35.8mm l x 22.7mm w x 12.5mm
  • แบตฯ : Lithium-polymer รองรับใช้งานสูงสุด 7 วัน

ข้อดีข้อเสีย

ข้อดี :

  • ดีไซต์สวย มีน้ำหนักเบา และรองรับการเปลี่ยนสายได้
  • แข็งแรงทนทาน รองรับการใช้งานกิจกรรมได้หลายรูปแบบ
  • รองรับ Fitbit Pay ที่ทำให้เข้าสู่วิธีสังคมไร้เงินสดได้ง่าย
  • built-in GPS ทำให้สะดวกมากขึ้นในการใช้งาน
  • ควบคุมการใช้งาน Spotify (แบบ Premium)
  • รองรับฟีเจอร์ วัดออกซิเจนในเลือด ในช่วงเวลานอน

ข้อเสีย :

  • หน้าจอแม้เป็นแบบ OLED แต่แสดงผลแค่ ขาว-ดำ
  • ยังไม่รองรับการแสดงเป็นภาษาไทย ทำให้ ข้อความ อีเมล์ ซึ่งยังไม่รองรับภาษาไทย จึงแสดงผลเป็นภาษาต่างดาว
  • ปุ่มกดแบบ inductive ใช้งานยาก (หากนิ้วใหญ่)

เปิดราคา

Charge 4 มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,490 บาท โดยสี Black สี Rosewood และสี Storm Blue/black และ Charge 4 Special Edition จำหน่ายที่ราคา 6,990 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสายข้อมือสีดำแกรนิต และสายสีดำแบบธรรมดา

สรุปการทดสอบ

โดยสรุป Charge 4 เมื่อพิจารณาจากฟังก์ชั่น และฟีเจอร์ ที่มีถือว่าเป็นหนึ่ง Fitness Tracker ที่น่าใช้ แต่ยังคงต้องปรับปรุงในส่วนทางเลือกของหน้าจอแสดงผลที่ยังคงไม่สามารถพัฒนาให้รองรับภษาไทยได้ ในขณะที่ฟีเจอร์พิเศษที่มีก็ยังเป็นการผูกกับแพ็กเกจแบบ Premium ซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Spotify หรือ Fitbit Premium เองก็ตาม

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.