ก้าวสู่โลกการเงินในยุค 4.0 ผ่าน 4 แนวคิด Open Banking

0
205
Open Banking

Open Banking จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ปรากฎอยู่ในทุกภาคส่วนของการบริการด้านการเงินในอนาคต และยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น และนี่คือ 4 แนวทางที่อาจจะเกิดขึ้น…

highlight

  • ในอนาคตการใช้ซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคาร จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ปรากฎอยู่ในทุกภาคส่วนของการบริการด้านการเงินในอนาคต
  • ปัจจุบันการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคารไปใช้งาน กำลังอยู่ในระหว่างการหารือร่วมกันกับผูู้กำกับดูแลกฎระเบียบในกว่า 47 ประเทศทั่วโลก เช่น ใน 28 ประเทศในสหภาพยุโรปจำเป็นต้องเปิด API ให้ธุรกิจอื่น ๆ
  • การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคารทำให้กระบวนการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทำให้ธนาคาร สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากรูปแบบการบริการใหม่ ๆ ได้

4 “O” ของ Open Banking

ปัจจุบันโลกการเงินได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากกมาย เราได้เห็นการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวจะยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ในรูปแบบที่ที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในอนาคตโลกของการเงินจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรนั้น ก็คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ที่แน่นอนคืดมันจะช่วยให้ชีวิตสะดวกมากขึ้นอย่างแน่นอน

ซึ่งที่ทำให้ผู้เขียนคิดเช่นนี้ เนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจาก อิสมาอิล ชาอิบ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ TESOBE ในด้าน Technical Solutions Berlin และเป็นผู้ริเริ่มโครงการแนวคิดที่เรียกว่าธนาคารแบบเปิด หรือ Open Bank ซึ่งเป็นโซลูชั่น API โอเพนซอร์สชั้นนำสำหรับสถาบันการเงิน โดยให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า 

“โอเพ่นซอร์สเป็นแนวคิดที่มีพลัง และมีความเป็นไปได้สูงในการนำไปใช้งาน โอเพ่นซอร์สไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือที่เชื่อถือได้ และฟรีเท่านั้น แต่ยังมอบโอกาสให้เราคืนกลับองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนทั่วโลกจากห้องเรียนเล็ก ๆ ของเราในแอลจีเรียได้อีกด้วย การถกเถียงกันอย่างร้อนแรงเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สในขณะนั้น ก็ไม่แตกต่างไปจากการถกเถียงกันเรื่องธนาคารคารแบบเปิดในยุโรป และทั่วโลกในปัจจุบัน และตั้งแต่โอเพ่นซอร์สกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นกันทั่วไป ผมก็เชื่อตั้งแต่ตอนนั้นว่า ธนาคารคารแบบเปิด จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ปรากฎอยู่ในทุกภาคส่วนของการบริการด้านการเงินในอนาคตเช่นกัน” อิสมาอิล ชาอิบ กล่าว

ขณะที่ในปัจจุบันกระแสการพัฒนาธนาคารแบบเปิด กำลังได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก และเป็นสิ่งที่น่าจับตามองเพราะจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบทบาทของธนาคาร และสถาบันการเงินในอนาคตอันใกล้นี้ และให้ความสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมการธนาคารคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์แก่ทั้งภาคธุรกิจ และผู้บริโภคมากขึ้น 

Open Banking

ธนาคารแบบเปิด คืออะไร?

ธนาคารคารแบบเปิด เป็นรูปแบบการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ ที่อนุญาตให้ผู้บริโภคและบริษัทสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธนาคารของตน (ประวัติการทำธุรกรรมยอดเงินในบัญชี และอื่น ๆ) กับผู้ให้บริการบุคคลที่สาม และผู้พัฒนาแอปโดยใช้ Application Programming Interfaces (API) ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าปลายทางอนุมัติไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

ซึ่ง จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยผู้ให้บริการอื่นได้ แทนการเข้าใช้งาน Online Interface ของธนาคารใดธนาคารหนึ่ง โดยแอปเหล่านี้สามารถปรับให้เหมาะกับความชอบและความต้องการเฉพาะบุคคลได้ เช่น เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กอาจเลือกใช้บริการบัญชีออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารของตนเพื่อกระทบยอดใบแจ้งหนี้

ในขณะที่ผู้พิการทางสายตาจะใช้อุปกรณ์ช่วยในเรื่องเสียงเพื่อปรึกษาเรื่องยอดคงเหลือของเขา นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ ดังนั้น การบูรณาการและการปรับใช้อย่างต่อเนื่อง และจะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถสร้างแอปที่ยืดหยุ่นคล่องตัว สามารถตอบสนองความต้องการด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้

ทำไมต้อง ธนาคารแบบเปิด ?

แนวคิด ธนาคารคารแบบเปิด มักจะถูกมองว่าจะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม มีการนำซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ ไปใช้งานหรือกำลังอยู่ในระหว่างการหารือร่วมกันกับผูู้กำกับดูแลกฎระเบียบในกว่า 47 ประเทศทั่วโลก เช่น ใน 28 ประเทศในสหภาพยุโรปจำเป็นต้องเปิด API ให้ธุรกิจอื่น ๆ

เข้ามาใช้งานได้ภายใต้คำสั่งของกฎระเบียบใหม่ในการชำระเงิน (Payment Services Directive2 หรือ PSD2) ที่มีผลบังคับใช้ทั่วทั้งสหภาพยุโรป นอกจากการใช้ระบบนี้จะทำให้สถาบันการเงินสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้แล้ว สถาบันการเงินจะได้รับประโยชน์จากซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคาร ใน 2 กรณีต่อไปนี้

สร้างโอกาสให้กับธนาคาร ทำให้กระบวนการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ปรับขยายได้ คู่ขนานไปกับความร่วมมือกับพันธมิตรนอกองค์กร ซึ่งพันธมิตรส่วนหนึ่งจะสามารถช่วยให้ธนาคาร นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า และทำให้ธนาคาร สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากรูปแบบการบริการใหม่ ๆ อีกด้วย

ส่งเสริมประสิทธิภาพภายในองค์กร ด้วยการเปลี่ยนแปลงเป็นดิจิทัล และการทบทวนขั้นตอนการทำงานที่มีอยู่เดิม ทำให้ธนาคารสามารถใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของผู้ให้บริการภายนอกองค์กร และผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความคล่องตัวและความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินงานได้มากขึ้น

ในตลาดที่กำลังเติบโต ความสามารถในการสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องของสถาบันทางการเงิน เป็นสิ่งสำคัญมาก บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ บริษัทสตาร์ทอัพที่เน้นด้านฟินเทค และสถาบันการเงินรูปแบบใหม่ ต่างนำมาซึ่งแนวคิดใหม่ พร้อมกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไป ธนาคารก็กำลังกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้วย การก้าวล้ำนำหน้าจึงถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

Open Banking

แล้วอะไร คือ 4 “O” ของ ธนาคารแบบเปิด

หนทางสู่ความสำเร็จยังอยู่อีกยาวไกลสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นสู่อนาคตที่เปิดกว้าง ซึ่งต้องเผชิญความท้าทายด้านการออกแบบ API ที่เป็นระบบเปิด หรือการสร้าง Ecosystem ให้กับผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้องในการยอมรับการใช้งาน API เหล่านั้น ดังนั้นการเริ่มดำเนินการระบบซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคาร จึงอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก

เราได้ระบุหลักการสี่ข้อที่น่าจะช่วยให้การใช้ระบบ ธนาคารคารแบบเปิด ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งหลักการเหล่านี้ได้กลายเป็นคำจำกัดความซึ่งเรียกว่า Four Os ของระบบซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคาร

นวัตกรรมเปิด (Open Innovation) เป้าหมายของการใช้ระบบ ซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคาร คือการผลักดันนวัตกรรม สถาบันการเงินที่มีการใช้งาน API ควรจะต้องมีการคิดจากนอกเข้าใน และกำหนดให้การบริการของธนาคารมอบประสบการณ์ที่ดี เป็นมิตรและเปิดกว้างกับลูกค้า

ซึ่งนวัตกรรมที่นำมาใช้นั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง และไม่เลือกปฏิบัติกับลูกค้ารายเล็ก ๆ เราเคยเห็นโครงการ Open Banking-as-a-Compliance ล้มเหลวมาแล้ว เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงมุมมองของผู้ให้บริการอื่น ๆ

มาตรฐานเปิด (Open Standard) การนำมาตรฐานเปิดมาใช้ เป็นการแก้ไขความท้าทายที่นักพัฒนาส่วนใหญ่ไม่ยอมรับโซลูชันที่เหมาะสมจากภายนอกเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาภายในองค์กร Open Banking Project (OBP) ที่รวมถึงคอมมิวนิตี้ของนักพัฒนาด้านฟินเทคทั่วโลกของเร้ดแฮทมากกว่า 11,000 ราย ได้ช่วยให้สถาบันทางการเงิน 40 แห่งใช้ APIs ได้อย่างปลอดภัย

รวมไปถึงช่วยให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานของท้องถิ่นต่าง ๆ และสร้างระบบนิเวศที่รุ่งเรือง ช่วยให้สถาบันการเงินต่าง ๆ ประหยัดเวลา และสามารถสร้าง APIs ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการศึกษาจากวิธีการและกรณีต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว อันจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ความเป็นซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคารรวดเร็วยิ่งขึ้น

Open Banking

APIs แบบเปิด (Open APIs)  ด้วย APIs แบบเปิดไม่ได้หมายถึง API สาธารณะ แต่เป็น APIs ที่สามารถเปิดให้กับบุคคลที่สามใช้งานได้ในลักษณะที่ควบคุมได้ และบุคคลที่สามควรใช้ APIs ของธนาคารได้โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ผ่านหลายขั้นตอนที่ยุ่งยาก

เพื่อสนับสนุนการทดลองนี้ ลูกค้าของเร้ดแฮทหลายรายได้ลองใช้สภาพแวดล้อม sandbox ของ TESOBE (Technical Solutions Berlin), กิจกรรมแฮคคาทอน และรูปแบบการทดลองอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

ระบบเปิด (OpenSource) การเลือกใช้โอเพ่นซอร์สสำหรับองค์กร ซึ่งอาจหมายถึงว่าไม่มีการจำกัดการใช้เทคโนโลยีจากผู้ขายคนใดคนหนึ่ง (no vendor lock-in) และมีการควบคุมการสร้างส่วนประกอบของระบบซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคารอย่างสร้างสรรค์

ซึ่งการใช้ และบูรณาการองค์ประกอบของโอเพ่นซอร์สสำหรับระบบซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ของธนาคาร จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีที่ต้องการ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.