การเข้าถึงความช่วยเหลือ เพื่อเสริมสุขภาวะจิต และความร่วมมือในช่วงโควิด-19 บนฟีเจอร์ข้อมูล และเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ บน Facebook…
การเข้าถึงความช่วยเหลือเพื่อเสริมสุขภาวะจิตบน Facebook ในช่วงโควิด-19
ไมเคิล บัค หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศต่างเดินหน้าปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ ๆ พร้อมรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่สร้างความตึงเครียดและความทุกข์ใจซึ่งเป็นผลจากโรคระบาดครั้งนี้เราต่างทราบดีว่าแรงสนับสนุน
เพื่อช่วยประคับประคองสภาพจิตใจและสุขภาพจิตที่ดีเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับใครหลาย ๆ คน วันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) ในปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งเมื่อเราต่างต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านการรักษาระยะห่างทางสังคม
หลาย ๆ คนจึงหันมาพึ่งพาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อเชื่อมต่อและสร้างสรรค์ปฏิสัมพันธ์ขณะที่ตัวต้องอยู่ไกลกัน เฟซบุ๊ก ตระหนักถึงความรับผิดชอบเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มเชื่อมต่อถึงกันได้ในแต่ละวัน และเราได้ทุ่มเททรัพยากร
เพื่อเสริมให้แพลตฟอร์มของเราทำให้ผู้คนสามารถโต้ตอบกันบนโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะจิตที่ดี

การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ
เฟซบุ๊ก มุ่งมั่นสร้างสรรค์ และเชื่อมต่อชุมชนเข้าด้วยกัน และเรายังทราบดีถึงความสำคัญในการช่วยจัดหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ให้กับผู้คนบนแพลตฟอร์ม เราได้เฟ้นหาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสาธารณะและด้านสุขภาพจิต และร่วมค้นหาแนวทางในการช่วยส่งต่อคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่าน ศูนย์ข้อมูลไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) และศูนย์สุขภาพทางอารมณ์ บนแอปพลิเคชัน เฟซบุ๊ก ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูล และเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ศูนย์สุขภาพทางอารมณ์ดังกล่าวเปิดให้ใช้งานได้ทั่วโลก
โดยนำเสนอข้อมูลท้องถิ่นจากองค์กรด้านสุขภาพจิตโดยตรง ตลอดช่วงเวลานี้ เฟซบุ๊ก จะเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ และอัปเดตที่สำคัญซึ่งต่อยอดจากคำแนะนำของพันธมิตรระดับนานาชาติ และท้องถิ่นของเรา

นำเสนอแหล่งข้อมูลแก่ผู้ที่ต้ องการความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ยังทำงานร่วมกับองค์กรในประเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตเพื่อใช้แพลตฟอร์มของเราในการเชื่อมต่อกับผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวแคมเปญออนไลน์บนทั้ง เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ภายใต้ชื่อ #UnknownTogether #เปิดโลกใหม่ในใจคุณ
เพื่อช่วยรับมือปัญหาด้านสุขภาพจิตและส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคมไทย โดยแคมเปญดังกล่าวซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก เฟซบุ๊ก และจัดทำร่วมกับ โนอิ้งมายด์ (Knowing Mind) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและศูนย์บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยา และส่งเสริมสุขภาวะ
เลิฟ แฟรงกี้ (Love Frankie) องค์กรสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และองค์การสหประชาชาติในประเทศไทย (United Nations Thailand) ได้เชิญชวนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ในสื่อสังคมออนไลน์และคนดังมากมายเพื่อสนับสนุนให้การสนทนาด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องปกติ
พร้อมจัดหาแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับคนทั่วไป แคมเปญในครั้งนี้นำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์โดยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์ 47 ท่าน โดยมีกรมสุขภาพจิตช่วยให้คำปรึกษา นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับการดูแลตนเองอย่างรอบด้านเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน
หลังจากที่ได้เปิดตัวไปบน เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม แล้ว แคมเปญ #UnknownTogether #เปิดโลกใหม่ในใจคุณได้เข้าถึงผู้คนกว่า 11.5 ล้านคนในประเทศไทย
จำนวนของการมีส่วนร่วมกับโพสต์ (Engagement) ราว 2 ล้านครั้ง และการกดดูวิดีโอ 4 ล้านครั้ง และยังได้มีส่วนช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นในไทยผ่านเคล็ดลับกว่า 130 ข้อ ซึ่งจัดทำในรูปแบบอินโฟกราฟิก

ปกป้องชุมชน
เฟซบุ๊ก ตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องผู้คนบนแพลตฟอร์มของเรา เรามีมาตรฐานชุมชนที่เข้มงวดและต่อต้านเนื้อหาที่สนับสนุนการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง เช่นเดียวกับพันธกิจเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตด้านอื่นๆ Facebook ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการฆ่าตัวตาย
เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดตั้งกฎระเบียบต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สำหรับในประเทศไทย เราร่วมมือกับสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย ศูนย์ช่วยเหลือทางโทรศัพท์เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายที่ดำเนินงานบน เฟซบุ๊ก ด้วย
ประเด็นเหล่านี้นับว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และละเอียดอ่อน เฟซบุ๊ก จึงมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อช่วยจัดการเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายโดยหลีกเลี่ยงการตีตราปัญหาสุขภาพจิต
คุณตระการ เชนศรี นายกสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 มีจำนวนข้อความและสายเรียกเข้าเพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางสมาคมฯ มากขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยเพิ่มจากเฉลี่ยราววันละ 20 สายเป็น 70-80 สาย
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเผชิญความเครียดที่รุนแรงอันเกิดจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทยต้องการยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและช่วยประคับประคองสภาพจิตใจ ท่ามกลางช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นขณะนี้ การดูแลขวัญและกำลังใจซึ่งกัน และกันเป็นสิ่งสำคัญ
ไม่ควรมีใครต้องถูกทอดทิ้งให้รู้สึกโดดเดี่ยว คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในเวลานี้คืออยากให้ทุกคนเลือกที่จะมีความหวัง เมื่อคุณเลือกที่มีความหวังแล้ว คุณจะมีพลังบวกที่ผลักดันชีวิตให้เดินต่อไปข้างหน้าได้ เฟซบุ๊ก และสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทยพร้อมยื่นมือช่วยเหลือทุกคนเสมอ
สนับสนุนชุมชนที่ดูแลซึ่งกัน และกัน
ขณะที่เครื่องมือเพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพจิต ข้อมูลและแนวทางสำหรับชุมชนจะเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นและทรงพลังสำหรับการสร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้โซเชียลมีเดียในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าปฏิสัมพันธ์ส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นระหว่างสมาชิกในชุมชน
ผู้คนมากกว่า 6 ล้านคนในเอเชียแปซิฟิกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบน เฟซบุ๊ก กว่า 3,500 กลุ่มที่จัดตั้งมาเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพจิตที่ดี ในประเทศไทย ชุมชนบน เฟซบุ๊กเช่น อูก้า (Occa) ช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายได้โดยช่วยเชื่อมต่อพวกเขากับนักจิตวิทยา และนักจิตบำบัดผ่านการปรึกษาบนวิดีโอคอล
โดยไม่เปิดเผยชื่อ อูก้ากลายเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของประเทศไทยที่เป็นสื่อกลางช่วยเหลือให้ผู้คนจัดการกับปัญหาต่างๆ และยังช่วยให้จิตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้ดียิ่งขึ้น
ปี 2563 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับผู้คนมากมาย และพวกเราที่ เฟซบุ๊ก ก็ต้องการช่วยสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนผ่านการเข้าถึงแหล่งข้อมูล รวมถึงช่วยเชื่อมต่อคนไทยเข้ากับชุมชนที่ให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการยืนหยัดต่อสู้ในช่วงเวลาเช่นนี้
เฟซบุ๊ก จะเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ พร้อมร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือชุมชนในไทย ตลอดถึงช่วยให้ผู้คนทั่วไป และผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือที่พวกเขาต้องการได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























