ETDA เปิดอินไซต์ SMEs พื้นที่ EEC-ภาคใต้ ชี้เป้าปลดล็อกความสำเร็จ

ETDA

เอ็ตด้า (ETDA) เปิดอินไซต์ SMEs พื้นที่ EEC-ภาคใต้ ชี้เป้า Transform ปลดล็อกความสำเร็จ ให้ SMEs GROWTH ยิ่งขึ้น…

ETDA เปิดอินไซต์ SMEs พื้นที่ EECภาคใต้ ชี้เป้าปลดล็อกความสำเร็จให้ SMEs โตยิ่งขึ้น

หนึ่งในเป้าหมายใหญ่ของประเทศไทย คือ การก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งหากมองลงลึกในเชิงข้อมูลพบว่าที่ผ่านมา SMEs มีบทบาทในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่ 35.2% ของ GDP ประเทศ (ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์, 2565) โดยถือว่าเป็นแหล่งรองรับการจ้างงานสูงถึง 70% ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ 

ดังนั้นการส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs ให้รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่หลายภาคส่วนต้องเร่งดำเนินการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจโดยรวม การเตรียม SMEs ให้พร้อมสู่โลกดิจิทัลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ETDA

แต่เราจะเร่งติดสปีด SMEs ในพื้นที่ไหน ? กลายเป็นคำถามสำคัญเพราะแน่นอนว่า การพัฒนา SMEs พร้อมกันทั้งประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และทรัพยากรอย่างมหาศาล เพราะข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) เมื่อปี 2566 รายงานว่ามี SMEs มาขึ้นทะเบียนถึง 3.2 ล้านราย 

ทำให้การเลือก SMEs ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่หลายหน่วยงานเลือกใช้ และหากถามว่า SMEs ในพื้นที่ใดเป็นหมุดหมายที่ควรลงไปให้การสนับสนุนเชื่อว่า 2 พื้นที่ที่หลายคนต่างนึกถึงหนีไม่พ้น SMEs ในพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) และ ภาคใต้

ที่เหมาะแก่การเป็นพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาต่อและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ที่หลายภาคส่วนต่างให้ความสนใจ เช่นเดียวกับ เอ็ตด้า หรือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาททั้งในมุม Regulator และ Promoter ซึ่งไม่เพียงทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัล แต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริมควบคู่กันไปด้วย ทั้งในกลุ่มภาครัฐ SMEs ชุมชน จนไปถึงประชาชน

เพื่อให้พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น ที่ปีนี้ก็ได้พุ่งเป้าในการพัฒนา SMEs ใน 2  พื้นที่นี้เช่นกัน เนื่องจากพื้นที่ EEC เขตเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เป็นศูนย์กลางของการลงทุนด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง ส่วนพื้นที่ภาคใต้ก็เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ

มีศักยภาพสูงในการเติบโต ที่มีทั้งการค้า การบริการ การเกษตร และการท่องเที่ยว ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของไทยอีกทั้งสอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนที่มุ่งพัฒนากลไก และมาตรการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่

ดังนั้น บทความนี้จะพาทุกคนไปร่วมเจาะลึกถึงความพร้อมของ SMEs ใน 2 พื้นที่ ทั้ง EEC และภาคใต้ พร้อมชี้เป้าการทำ Digital Transformation เพื่อปลดล็อกความสำเร็จ! ให้ “SMEs GROWTH” ยิ่งขึ้น

เจาะอินไซต์ SMEs ใน “EECภาคใต้Transform ถึงไหน?

ETDA

จากการสำรวจ SMEs ในพื้นที่ EEC (ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง) จำนวน 400 ราย และพื้นที่ภาคใต้ 449 ราย โดย เอ็ตด้า ในช่วงต้นปี 2567 พบว่า ผู้ประกอบการใน 2 พื้นที่นี้ยังคงต้องเผชิญความท้าทายในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ในพื้นที่ EEC ส่วนใหญ่ยังพบข้อจำกัด

ที่ส่งผลต่อการปรับใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการขาดทักษะด้านดิจิทัล, ต้นทุนเทคโนโลยีที่สูง และขาดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล แม้มีความท้าทายแต่ SMEs ในพื้นที่ EEC ก็เริ่มมีนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจโดยเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้งาน ได้แก่ ระบบบัญชี-การเงิน, e-Commerce,

CRM, ระบบ ERP, ระบบอัตโนมัติ (Automation), IoT และโซเชียลมีเดีย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งภาคการผลิต และการบริการ โดยธุรกิจภาคการผลิต มักใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการองค์กร ขณะที่ธุรกิจบริการ และค้าปลีก-ค้าส่ง จะเลือกใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อประชาสัมพันธ์ และสื่อสารกับลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดย่อย ยังคงมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีในระดับที่ไม่สูงมาก มีค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัล น้อยกว่า 5% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ETDA

ด้าน SMEs ในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และสามารถบรรลุเป้าหมายบางส่วนได้ แต่ยังมีความท้าทาย เช่น ความซับซ้อนของเทคโนโลยีดิจิทัล, ขาดทักษะด้านดิจิทัล รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ไม่เพียงพอ

แต่ทว่า SMEs ในภาคใต้ ก็เริ่มให้ความสนใจในการนำเทคโนโลยีมาใช้เช่นเดียวกับพื้นที่ EEC เช่น ระบบบัญชี-การเงิน, e-Commerce และ CRM โดยการนำมาปรับใช้ในธุรกิจ แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่เนื่องจากความเชี่ยวชาญ

อีกทั้งยังเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อยที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่ยังขาดความพร้อมทั้งในมุมประสบการณ์ และทักษะในการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ หากมองความพร้อมภาพรวม จากการวัดความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่อ้างอิงผลการสำรวจ Digital Maturity Index ของ เอ็ตด้า พบว่า SMEs ในพื้นที่ EEC และภาคใต้ อยู่ในระดับ Digital Follower ซึ่งถือว่ามีความพร้อมในระดับปานกลาง เช่นเดียวกับ SMEs ส่วนใหญ่ทั่วประเทศ

ถึงพร้อมไม่มาก แต่ SMEs ใน “EECภาคใต้” ชี้ชัดต้องการ Transform

ETDA

แม้ว่า SMEs ส่วนใหญ่ใน 2 พื้นที่ มีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระดับปานกลาง ท่ามกลางความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านหลากหลายด้าน แต่ SMEs กลับตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาต่างมองเห็นประโยชน์ และให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี มาช่วยยกระดับการทำงาน และการทำธุรกิจ

และต้องการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยในพื้นที่ EEC ความสนใจหลักของ SMEs อยู่ที่ระบบบริหารจัดการลูกค้า (CRM) มากที่สุด ตามมาด้วย ระบบบริหารจัดการร้าน (ERP) และระบบบัญชี-การเงิน (ACC) เป็นต้น

ส่วน SMEs ในภาคใต้ ความต้องการ ระบบบัญชี-การเงิน ตามด้วยระบบ ERP และระบบ e-Commerce และระบบ CRM โดยภาพรวมต่างมองตรงกันว่า เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

โดย SMEs ในพื้นที่ EEC มองว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น รวมถึงช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ไม่ต่างจาก SMEs ในพื้นที่ภาคใต้ ที่มองว่า เทคโนโลยีดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงความพึงพอใจของลูกค้า ขยายโอกาสทางรายได้จากกลุ่มลูกค้า และผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจโดยรวม

จากอินไซต์สู่ความสำเร็จ : เอ็ตด้า ปิดช่องว่างด้วยโปรเจค “SMEs GROWTH

ETDA

จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกของ SMEs ในพื้นที่ EEC และ ภาคใต้ สู่จุดเริ่มต้นของ เอ็ตด้า ในการพัฒนาโมเดลที่เข้ามาปิดช่องว่าง และตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs ผ่านโครงการ “SMEs GROWTH” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก ภายใต้แนวคิด “พลิกโฉม SMEs ไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน”

เพื่อมุ่งสร้างความพร้อมให้ SMEs สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน “SMEs GROWTH” ไม่ได้เน้นเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ยังมีกิจกรรมหลากหลายที่ครอบคลุมทั้งการฝึกอบรม การให้คำปรึกษาด้านดิจิทัล และการพัฒนาโซลูชันเฉพาะสำหรับ SMEs

โดยมีการร่วมมือกับ Tech Provider เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตรงกับความต้องการ เช่นการนำระบบ ERP, CRM, และ e-Commerce มาปรับใช้ในธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายอย่างมีประสิทธิผล โดยผลสัมฤทธิ์จากโครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้ SMEs มีความคล่องตัวมากขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี

แต่ยังช่วยให้ Tech Provider สามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้ในตลาดใหม่ ๆ แบบเจาะจง ถือเป็นการผลักดันเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นไปพร้อมกัน โดย “SMEs GROWTH” สำหรับปีนี้ ได้ปิดฉากความสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นหนึ่งโมเดลตัวอย่างดี ๆ จาก เอ็ตด้า

ที่พัฒนาขึ้นเพื่อ SMEs ไทยที่ไม่เพียงเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง SMEs, Tech Provider และหน่วยงานต่าง ๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนอีกด้วย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay